รีวิว Under Paris: หนังฉลามสุดอิหยังวะบน Netflix
ภาพยนตร์แอ็กชันสยองขวัญสัญชาติฝรั่งเศสเรื่อง Under Paris (ใต้ปารีส หรือ มฤตยูใต้ปารีส) ได้สร้างปรากฏการณ์กลายเป็นภาพยนตร์ฮิตบน Netflix อย่างรวดเร็วหลังเปิดตัว ด้วยพล็อตเรื่องสุดระทึกที่นำฉลามยักษ์มาบุกใจกลางแม่น้ำแซน กรุงปารีส ท่ามกลางการเตรียมการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ภาพยนตร์เรื่องนี้ผสมผสานความตื่นเต้นของหนังฉลามเข้ากับการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเมืองอย่างแยบยล ทำให้เกิดคำถามว่าความบันเทิงสุดขั้วนี้จะสามารถถ่ายทอดสาระสำคัญออกมาได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเป็นเพียงความบันเทิงที่เต็มไปด้วยความ “อิหยังวะ” ตามกระแสวิจารณ์
ภาพรวมและความรู้สึกแรก

Under Paris คือการกลับมาของหนังแนวฉลามบุกเมืองที่มอบความบันเทิงแบบเต็มสูบ หนังเล่าเรื่องของ โซเฟีย (Bérénice Bejo) นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ต้องเผชิญกับอดีตอันเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อพบว่า “ลิลิธ” ฉลามมาโก้กลายพันธุ์ที่เคยคร่าชีวิตทีมของเธอ ได้เดินทางจากมหาสมุทรแปซิฟิกมายังแม่น้ำแซนในปารีส ไม่เพียงเท่านั้น มันยังปรับตัวเข้ากับน้ำจืดและกำลังจะขยายพันธุ์ ความโกลาหลทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อทางการเมือง นำโดยนายกเทศมนตรีผู้เห็นแก่หน้าตาของเมืองมากกว่าความปลอดภัยของประชาชน ปฏิเสธที่จะรับฟังคำเตือน ทำให้โซเฟียต้องร่วมมือกับตำรวจนายหนึ่งเพื่อหยุดยั้งมหันตภัยครั้งนี้ ก่อนที่การแข่งขันไตรกีฬาระดับโลกจะกลายเป็นงานเลี้ยงเลือดของฝูงฉลาม ความรู้สึกแรกหลังชมคือความสนุก ตื่นเต้น และลุ้นระทึกไปกับสถานการณ์ที่บีบคั้น แม้จะเต็มไปด้วยฉากที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความไม่สมเหตุสมผลที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความบันเทิงโดยเฉพาะ
บทวิจารณ์เชิงลึก
การวิเคราะห์ Under Paris จำเป็นต้องมองผ่านเลนส์ของภาพยนตร์ที่ไม่ได้ตั้งใจจะสมจริงทุกกระเบียดนิ้ว แต่ใช้สถานการณ์สุดโต่งเพื่อสะท้อนความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนของสังคมมนุษย์ ทั้งในประเด็นสิ่งแวดล้อม การเมือง และธรรมชาติของมนุษย์เอง
โครงเรื่องและบท (Script & Plot)
หัวใจของ Under Paris คือพล็อตเรื่องที่เล่นใหญ่เกินจริงแต่แฝงนัยสำคัญไว้ภายใน การที่ฉลามยักษ์ว่ายจากใจกลาง “แพขยะใหญ่แปซิฟิก” (Great Pacific Garbage Patch) มายังปารีส คือสัญลักษณ์ที่ทรงพลังของการที่มนุษย์ไม่สามารถหนีผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองก่อขึ้นได้อีกต่อไป ขยะและมลพิษที่ถูกทิ้งลงทะเลได้ย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์ถึงใจกลางเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บทภาพยนตร์มีการสอดแทรกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบทสนทนาของตัวละครและภาพของฉลามที่วิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
อย่างไรก็ตาม บทภาพยนตร์ก็มีจุดอ่อนในด้านความสมเหตุสมผลอย่างชัดเจน ประเด็นที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดคือขนาดของฉลามที่ดูใหญ่เกินกว่าความลึกของแม่น้ำแซน และพฤติกรรมของตัวละครบางกลุ่มที่ดูไร้สติจนเกินจริง โดยเฉพาะกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่พยายามจะ “สื่อสาร” กับฉลาม จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม
“การตัดสินใจของตัวละครหลายครั้งดูเหมือนถูกเขียนขึ้นเพื่อผลักดันไปสู่หายนะ มากกว่าจะเกิดจากแรงจูงใจที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ชมรู้สึกขัดใจ แม้จะเข้าใจว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสไตล์หนังก็ตาม”
แม้จะมีข้อบกพร่อง แต่โครงเรื่องก็ทำหน้าที่ขับเคลื่อนความระทึกขวัญได้เป็นอย่างดี ฉากจบที่พลิกความคาดหมายด้วยการทำให้ “ปารีสจมน้ำ” และฝูงฉลามว่ายวนรอบหอไอเฟล ถือเป็นการปิดฉากที่ทั้งน่าตื่นตาและน่าสิ้นหวัง เป็นภาพสะท้อนเชิงอุปมาว่าธรรมชาติได้ทวงคืนพื้นที่ของมันกลับคืนมาแล้ว และทิ้งท้ายไว้ให้ผู้ชมตีความถึงอนาคตที่อาจเกิดขึ้นหากมนุษย์ยังคงเพิกเฉยต่อคำเตือนทางธรรมชาติ
การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)
Bérénice Bejo ในบท โซเฟีย ถ่ายทอดบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ผู้บอบช้ำจากอดีตได้อย่างน่าเชื่อถือ เธอแสดงออกถึงความกลัว ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความผิดพลาดของตนเองได้อย่างสมดุล ขณะที่ Nasser Memrane ในบทตำรวจผู้บัญชาการหน่วยแม่น้ำ ก็เป็นตัวแทนของสามัญสำนึกและเหตุผลที่พยายามต่อสู้กับระบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ
ตัวละครที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือ นายกเทศมนตรีหญิงแห่งปารีส ซึ่งเป็นภาพจำลองของนักการเมืองที่สนใจแต่ภาพลักษณ์และการเลือกตั้งครั้งต่อไปมากกว่าชีวิตของผู้คน เธอปฏิเสธข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเดินหน้าจัดการแข่งขันไตรกีฬาต่อไปเพื่อรักษาหน้าตาของเมือง ตัวละครนี้สะท้อนความล้มเหลวของผู้นำในการรับมือกับวิกฤตการณ์ได้อย่างเจ็บแสบ แม้ว่าการกระทำของเธอจะดูโง่เขลาในสายตาผู้ชม แต่มันก็เป็นภาพสะท้อนที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในโลกแห่งความเป็นจริง
งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)
จุดเด่นที่ไม่อาจปฏิเสธได้ของ Under Paris คือคุณภาพของงานสร้างที่สูงเกินความคาดหมายสำหรับหนังแนวนี้ การกำกับของ Xavier Gens สามารถสร้างบรรยากาศกดดันและลุ้นระทึกได้ตลอดทั้งเรื่อง งานภาพถ่ายทอดความสวยงามของกรุงปารีสที่ตัดกับความน่าสะพรึงกลัวใต้ผืนน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะฉากใต้น้ำในอุโมงค์ใต้ดิน (Catacombs) ที่ทั้งมืดมิดและน่าอึดอัด
งานกราฟิกคอมพิวเตอร์ (CGI) ในการสร้างฉลามลิลิธนั้นทำออกมาได้อย่างสมจริงและน่าเกรงขาม การเคลื่อนไหวของฉลามดูเป็นธรรมชาติและทรงพลัง ทำให้ทุกฉากที่มันปรากฏตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียด นอกจากนี้ ดนตรีประกอบและงานเสียงยังช่วยเสริมสร้างอารมณ์ระทึกขวัญได้อย่างยอดเยี่ยม เสียงน้ำที่เงียบสงบสลับกับเสียงการโจมตีที่รุนแรงช่วยสร้างจังหวะของภาพยนตร์ให้ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
| องค์ประกอบ | จุดเด่น | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| โครงเรื่องและบท | สร้างสรรค์, กล้าเล่นใหญ่, สอดแทรกประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อมได้น่าสนใจ | ขาดความสมเหตุสมผลในหลายฉาก, การตัดสินใจของตัวละครบางกลุ่มดูไม่เป็นธรรมชาติ |
| การแสดงและตัวละคร | นักแสดงนำถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี, ตัวละครสะท้อนภาพสังคม (นักวิทยาศาสตร์, นักการเมือง) | ตัวละครสมทบบางตัวมีมิติเดียว ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินเรื่องเท่านั้น |
| งานสร้างและเทคนิค | CGI ฉลามสมจริง, งานภาพสวยงาม, การกำกับเสียงและดนตรีประกอบสร้างความระทึกได้ดีเยี่ยม | ตอนจบที่ใช้เทคนิคพิเศษอย่างหนักหน่วงอาจดูเหนือจริงเกินไปสำหรับบางคน |
| ความบันเทิง | ลุ้นระทึก, สนุก, ไม่น่าเบื่อ, เดินเรื่องเร็ว, เหมาะสำหรับการดูเพื่อความบันเทิง | ต้องอาศัยการ “ปิดสวิตช์สมอง” เพื่อที่จะสนุกไปกับหนังได้อย่างเต็มที่ |
สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ
- ความบันเทิงเต็มรูปแบบ: เป็นหนังฉลามที่ทำหน้าที่สร้างความตื่นเต้นและลุ้นระทึกได้ดีมาก เดินเรื่องรวดเร็วและมีฉากให้ตกใจอยู่เสมอ
- การสอดแทรกประเด็นสังคม: การวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองที่เพิกเฉยต่อคำเตือนทางวิทยาศาสตร์และปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้หนังมีมิติมากกว่าแค่การเอาชีวิตรอดจากสัตว์ร้าย
- งานโปรดักชันคุณภาพสูง: งานภาพ, เสียง, และโดยเฉพาะ CGI ของฉลาม ทำออกมาได้น่าประทับใจ ทำให้ผู้ชมเชื่อในความน่ากลัวของมัน
- ความไม่สมเหตุสมผลของพล็อต: มีหลายฉากที่ขัดกับหลักความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง เช่น ขนาดของฉลามเทียบกับความลึกของแม่น้ำ หรือการปรับตัวที่รวดเร็วเกินไป
- พฤติกรรมตัวละครที่น่าขัดใจ: การตัดสินใจของตัวละครบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักเคลื่อนไหวและนายกเทศมนตรี ดูไร้เหตุผลจนทำให้ผู้ชมรู้สึกหงุดหงิด
- ตอนจบที่เล่นใหญ่เกินเบอร์: แม้จะน่าตื่นตา แต่ฉากจบที่ปารีสจมบาดาลอาจทำให้รู้สึกว่าหนังหลุดจากโทนเรื่องที่พยายามปูมาไปเล็กน้อย
บทสรุปและคะแนน
Under Paris คือภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในการเป็น “หนังฉลามสุดอิหยังวะ” ที่มอบความบันเทิงได้อย่างยอดเยี่ยม มันเป็นหนังที่รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไร และยอมแลกความสมจริงเพื่อสร้างความระทึกขวัญและฉากที่น่าจดจำ แม้จะเต็มไปด้วยข้อบกพร่องทางตรรกะ แต่หนังก็สามารถชดเชยได้ด้วยความตื่นเต้น, งานสร้างคุณภาพ และการแฝงประเด็นทางสังคมที่ชวนให้ขบคิดได้อย่างแยบคาย มันคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง Jaws และหนังภัยพิบัติที่เสียดสีสังคม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือความสนุกที่คุ้มค่ากับการรับชม
คะแนน (Score)
คะแนนรีวิว
ภาพยนตร์หายนะที่มอบความบันเทิงขั้นสุดยอด โดยยอมสละตรรกะเพื่อแลกกับความตื่นตาตื่นใจและสารที่ต้องการจะสื่อ
คำแนะนำ (Recommendation)
Under Paris เหมาะสำหรับผู้ชมที่กำลังมองหาภาพยนตร์แอ็กชัน-สยองขวัญที่ดูง่าย ไม่ซับซ้อน และให้ความบันเทิงเป็นหลัก หากเป็นแฟนหนังแนวฉลาม, หนังเอาชีวิตรอด, หรือหนังภัยพิบัติ ไม่ควรพลาดเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ต้องเตรียมใจยอมรับความไม่สมเหตุสมผลและดูเพื่อความสนุกสนานเป็นที่ตั้ง หากสามารถมองข้ามจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ไปได้ นี่คือหนึ่งในหนัง Netflix ที่จะทำให้เวลาสองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วและคุ้มค่า
ระหว่างความทะเยอทะยานของมนุษย์กับพลังอันคาดเดายากของธรรมชาติ สิ่งใดกันแน่คือสัตว์ร้ายที่แท้จริง?
