Deadpool & Wolverine: ทุกเรื่องต้องรู้ก่อนดูหนัง

ภาพยนตร์เรื่อง Deadpool & Wolverine คือการบรรจบกันของสองจักรวาลที่แฟนๆ รอคอย เป็นการผสมผสานระหว่างความตลกร้ายเสียดสีของเดดพูล และความขรึมขลังอันเป็นโศกนาฏกรรมของวูล์ฟเวอรีน ภายใต้ฉากหลังของการล่มสลายของมัลติเวิร์ส นี่ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นการสำรวจตัวตน, โชคชะตา และการดิ้นรนเพื่อค้นหาความหมายในโลกที่เส้นเวลาสามารถถูกลบล้างได้ทุกเมื่อ

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

Deadpool & Wolverine: ทุกเรื่องต้องรู้ก่อนดูหนัง - deadpool-and-wolverine-explained

  • การรวมจักรวาล: ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการรวมตัวละครจากจักรวาลภาพยนตร์ X-Men ของ 20th Century Fox และ Marvel Cinematic Universe (MCU) อย่างเป็นทางการ โดยมีองค์กร Time Variance Authority (TVA) เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมต่อเรื่องราว
  • การกลับมาของตำนาน: Hugh Jackman กลับมารับบท Wolverine อีกครั้ง แม้ว่าตัวละครของเขาจะจบชีวิตลงในภาพยนตร์ Logan (2017) แต่การมาครั้งนี้คือตัวละครจากไทม์ไลน์อื่น ซึ่งเปิดโอกาสให้สำรวจมิติใหม่ของตัวละครนี้
  • ศัตรูระดับคอสมิก: Cassandra Nova น้องสาวของ Charles Xavier ปรากฏตัวในฐานะศัตรูหลัก ผู้มีพลังจิตอันน่าสะพรึงกลัวและเป็นภัยคุกคามต่อทุกจักรวาล
  • สถานที่แห่งการสิ้นสุด: The Void ดินแดนที่ซึ่งทุกสิ่งที่ถูกลบออกจากไทม์ไลน์จะถูกส่งมา กลายเป็นสมรภูมิหลักที่เหล่าตัวละครจากหลากหลายเวอร์ชันต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

สำหรับบทความ Deadpool & Wolverine: ทุกเรื่องต้องรู้ก่อนดูหนัง นี้ จะเป็นการเจาะลึกถึงแก่นสารที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความโกลาหลและมุกตลกสาดเสียเทเสีย ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอมากกว่าแค่การต่อสู้ของซูเปอร์ฮีโร่ แต่ยังตั้งคำถามถึงคุณค่าของการมีอยู่ เมื่อตัวตนและประวัติศาสตร์สามารถถูก “ตัดแต่ง” หรือลบทิ้งได้โดยองค์กรที่ควบคุมเวลาอย่าง Time Variance Authority (TVA) การเดินทางของ Wade Wilson และ Logan ในครั้งนี้ จึงเป็นการเดินทางเพื่อปกป้องจักรวาลของตนเอง พร้อมกับการเผชิญหน้ากับเงาของอดีตและความล้มเหลวที่หลอกหลอนพวกเขามาโดยตลอด

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะจุดเชื่อมต่อระหว่างมรดกของ หนังมาร์เวล จากค่าย Fox และทิศทางในอนาคตของ MCU มันไม่ได้เป็นเพียงการนำตัวละครเก่ากลับมา แต่เป็นการสำรวจความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดของมัลติเวิร์ส และเป็นการตั้งคำถามว่า “ฮีโร่” หมายความว่าอย่างไรในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน การปรากฏตัวของตัวละครหลากหลายเวอร์ชัน ทั้ง Dogpool หรือเหล่าฮีโร่ที่ถูกลืมจากไทม์ไลน์อื่น เช่น Elektra, Blade, และ Gambit ล้วนสะท้อนถึงเศษเสี้ยวของความเป็นไปได้ที่ถูกทอดทิ้ง และการต่อสู้ครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขาในการทวงคืนความหมายให้กับการดำรงอยู่ของตนเอง

ภาพรวมและความรู้สึกแรก

Deadpool & Wolverine เปิดฉากด้วยความรู้สึกโกลาหลอย่างมีแบบแผน มันคือการระเบิดของความรุนแรง อารมณ์ขันแบบทำลายกำแพงที่สี่ และความคิดถึงที่ถูกนำมาปั่นรวมกันจนกลายเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ภาพยนตร์ไม่ได้พยายามปกปิดเจตนาที่จะเป็นการเฉลิมฉลองและรื้อสร้างมรดกของหนังซูเปอร์ฮีโร่ในยุคก่อนหน้า แต่กลับโอบรับความวุ่นวายนั้นอย่างเต็มภาคภูมิ การจับคู่ระหว่างเดดพูลผู้ไร้แก่นสารและวูล์ฟเวอรีนผู้แหลกสลาย คือหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า สร้างสมดุลที่เปราะบางระหว่างเสียงหัวเราะและความเจ็บปวดได้อย่างน่าทึ่ง

บทวิจารณ์เชิงลึก

ภายใต้เปลือกนอกของหนังแอ็กชันคอมเมดี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ซ่อนการสำรวจสภาวะจิตใจของมนุษย์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวและความสูญเสีย ทั้งเดดพูลและวูล์ฟเวอรีนต่างเป็นตัวละครที่ถูกโชคชะตาทำร้าย และการเดินทางของพวกเขาใน The Void ก็เปรียบเสมือนการเดินทางสู่แดนชำระบาป ที่ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ “เวอร์ชัน” ที่ล้มเหลวของตัวเองและผู้อื่น

โครงเรื่องและบท (Script & Plot)

โครงเรื่องหลักว่าด้วยการที่ TVA ดึงตัวเดดพูลมาเพื่อมอบหมายภารกิจกอบกู้มัลติเวิร์ส โดยต้องร่วมมือกับวูล์ฟเวอรีนที่ไม่เต็มใจ บทภาพยนตร์มีความชาญฉลาดในการใช้ TVA เป็นเครื่องมือทางตรรกะเพื่ออธิบายการครอสโอเวอร์ของตัวละครจากไทม์ไลน์ที่แตกต่างกัน การเดินทางไปยัง The Void ซึ่งเป็นสุสานของไทม์ไลน์ที่ถูกลบ ทำให้เรื่องราวมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าแค่การต่อสู้ธรรมดา มันคือการสำรวจ “สิ่งที่อาจจะเป็น” และ “สิ่งที่ถูกลืม” บทสนทนามีความคมคายตามแบบฉบับเดดพูล แต่ก็แทรกซึมไปด้วยความขมขื่นและความเหนื่อยล้าของวูล์ฟเวอรีนได้อย่างลงตัว ศัตรูหลักอย่าง Cassandra Nova เป็นตัวแทนของความ nihilism หรือความเชื่อว่าทุกสิ่งไร้ความหมาย ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับการดิ้นรนเพื่อหาความหมายของเหล่าตัวเอก

ในดินแดนที่ทุกสิ่งถูกลบทิ้ง การดิ้นรนเพื่อปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่ อาจเป็นเพียงการต่อต้านความว่างเปล่าที่ไม่มีวันสิ้นสุด

การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)

Ryan Reynolds กลับมาในบทบาท Wade Wilson ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขายังคงเป็นเดดพูลที่ทุกคนรักด้วยเสน่ห์ที่กวนประสาทและตลกร้าย แต่ในภาคนี้ เราได้เห็นด้านที่เปราะบางของเขามากขึ้น เมื่อเขาต้องเผชิญกับการสูญเสียจักรวาลของตัวเอง ในขณะที่ Hugh Jackman ได้มอบการแสดงที่ทรงพลังในบท Wolverine ที่แตกต่างออกไป เขาไม่ใช่โลแกนผู้ชราภาพจากตอนจบของ Logan แต่เป็นเวอร์ชันที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความเสียใจ เคมีระหว่างทั้งสองคือจุดแข็งที่สุดของภาพยนตร์ การปะทะกันทางความคิดและคารมระหว่างตัวละครที่พูดไม่หยุดกับตัวละครที่แทบไม่พูดอะไรเลย สร้างทั้งเสียงหัวเราะและช่วงเวลาที่น่าประทับใจ Cassandra Nova ในฐานะวายร้าย ก็แผ่รังสีอำมหิตและความน่าเกรงขามออกมาได้อย่างชัดเจน ทำให้เธอเป็นภัยคุกคามที่สมน้ำสมเนื้อ

งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)

งานสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างสองโลกอย่างชัดเจน ฉากในโลกของเดดพูลยังคงมีสีสันและความวุ่นวาย ขณะที่ฉากใน The Void กลับเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของความเป็นจริงที่ถูกทิ้งร้าง สร้างบรรยากาศที่หดหู่และสิ้นหวัง การออกแบบฉากแอ็กชันทำได้อย่างยอดเยี่ยม มีการผสมผสานสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันของเดดพูล (กายกรรมและการใช้อาวุธ) และวูล์ฟเวอรีน (ความดิบเถื่อนและสัญชาตญาณ) ได้อย่างลงตัว การใช้ไอเทมจากจักรวาลต่างๆ เช่น Sling Ring จาก Doctor Strange หรือหมวกของ Juggernaut ไม่ใช่แค่การเอาใจแฟนๆ แต่ยังถูกนำมาใช้ในเชิงกลยุทธ์เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องอีกด้วย

ฉากเด่นที่น่าจดจำ

ฉากที่น่าจะตราตรึงในความทรงจำคือการรวมตัวของ “กลุ่มต่อต้าน” ใน The Void ที่นำโดย Laura (X-23) พร้อมด้วยตัวละครที่คุ้นเคยอย่าง Elektra, Blade และ Gambit ฉากนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรากฏตัวเพื่อเรียกเสียงฮือฮา แต่มันคือการรวมตัวของเหล่าผู้ถูกทอดทิ้งจากไทม์ไลน์ต่างๆ เพื่อต่อสู้กับชะตากรรมที่ถูกกำหนดให้ล้มเหลว มันเป็นภาพสะท้อนของการหาความเข้มแข็งจากความแตกสลาย และการสร้างครอบครัวใหม่ในดินแดนที่ไม่มีใครต้องการพวกเขา การปะทะกันระหว่างกลุ่มต่อต้านนี้กับกองทัพของ Cassandra Nova เป็นภาพที่เปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังแต่ก็งดงามในเวลาเดียวกัน เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อพิสูจน์ว่า แม้แต่ตัวตนที่ถูกลบก็ยังมีค่าพอที่จะต่อสู้เพื่อมัน

สิ่งที่โดดเด่นและข้อสังเกต

สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างคือการกล้าที่จะตั้งคำถามกับโครงสร้างของแฟรนไชส์ซูเปอร์ฮีโร่เอง การที่เดดพูลตระหนักว่าตัวเองเป็นตัวละครในหนัง และการที่วูล์ฟเวอรีนต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ถูกเขียนไว้แล้วในหนังเรื่องอื่น ทำให้เรื่องราวมีมิติเชิงปรัชญาเกี่ยวกับการมีเจตจำนงเสรี (Free Will) ปะทะกับชะตากรรมที่ถูกกำหนด (Determinism)

  • จุดเด่น:
    • เคมีที่เข้ากันอย่างน่าประหลาดระหว่างเดดพูลและวูล์ฟเวอรีน
    • การใช้แนวคิดมัลติเวิร์สและ TVA ได้อย่างสร้างสรรค์เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราว
    • การสำรวจธีมที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความล้มเหลว การไถ่บาป และการค้นหาความหมาย
  • ข้อสังเกต:
    • เนื้อเรื่องอาจซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาพยนตร์ X-Men และ MCU เพื่อให้เข้าใจมุกและ Easter Egg ทั้งหมด
    • ความรุนแรงและอารมณ์ขันที่หนักหน่วงอาจไม่เหมาะกับผู้ชมทุกกลุ่ม

บทสรุป

Deadpool & Wolverine ไม่ใช่แค่การรวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นการปะทะกันของโลกทัศน์ที่แตกต่าง ระหว่างการยอมรับความไร้สาระของโลกกับการดิ้นรนต่อสู้กับความเจ็บปวดอย่างไม่สิ้นสุด มันคือบทวิพากษ์อันเจ็บแสบต่อวงการภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ และในขณะเดียวกันก็เป็นการสดุดีให้กับตัวละครที่ผู้คนรัก ภาพยนตร์เรื่องนี้ทิ้งให้เราตั้งคำถามถึงคุณค่าของเส้นเรื่องและตัวตนของเราเองในโลกที่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

คะแนน (Score)

8/10

การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความตลกโกลาหลและการสำรวจทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง แม้จะเต็มไปด้วยความรุนแรงและมุกตลกเฉพาะกลุ่ม แต่แก่นกลางของเรื่องราวว่าด้วยมิตรภาพและการไถ่บาปนั้นทรงพลังและเป็นสากล

คำแนะนำ (Recommendation)

ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับแฟนตัวยงของ เดดพูล 3 และแฟรนไชส์ X-Men รวมถึงผู้ที่ติดตามเส้นเรื่องมัลติเวิร์สของ Wolverine MCU มาโดยตลอด เป็นผลงานที่ต้องดูสำหรับผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ที่กล้าฉีกขนบเดิมๆ และนำเสนอแอ็กชันควบคู่ไปกับการตั้งคำถามที่ชวนให้ขบคิด หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่มอบทั้งความบันเทิงและความหมาย นี่คือคำตอบ

หากตัวตนของเราถูกกำหนดโดยเส้นเวลาที่ตายตัว การทำลายมันเพื่อสร้างเส้นทางใหม่ ถือเป็นการปลดปล่อยหรือเป็นเพียงการสร้างกรงขังที่ใหญ่กว่าเดิม?

บทความรีวิวมาใหม่