Deadpool & Wolverine รีวิวเคมีสุดป่วน กู้จักรวาล MCU?


Deadpool & Wolverine รีวิวเคมีสุดป่วน กู้จักรวาล MCU?

การกลับมาของคู่หูที่โลกไม่ต้องการแต่แฟนหนังเรียกร้อง ใน Deadpool & Wolverine รีวิวเคมีสุดป่วน กู้จักรวาล MCU? คือคำถามที่ดังก้องนับตั้งแต่โปรเจกต์นี้ถูกประกาศ การนำตัวละครสุดเกรียนอันเป็นที่รักอย่างเดดพูล เข้าสู่จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) อย่างเป็นทางการ พร้อมกับการคืนจอของวูล์ฟเวอรีนในร่างของฮิวจ์ แจ็คแมนอีกครั้ง ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ท้าทายขนบธรรมเนียมของหนังซูเปอร์ฮีโร่ และอาจเป็นยาถอนพิษที่ MCU ต้องการอย่างเร่งด่วน

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอมากกว่าแค่การรวมดาว แต่เป็นการปะทะกันของโลกทัศน์ที่แตกต่างสุดขั้ว ระหว่างเมอร์cenaryปากมากผู้ทำลายกำแพงที่สี่เป็นอาจิณ กับมิวแทนต์อมตะผู้แบกรับความเจ็บปวดมาทั้งชีวิต การจับคู่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การผนึกกำลังเพื่อต่อกรกับวายร้าย แต่เป็นการสำรวจสภาวะจิตใจของตัวละครที่ถูกมองว่าเป็น “แอนตี้ฮีโร่” และตั้งคำถามถึงความหมายของการเป็นฮีโร่ในจักรวาลที่กำลังสั่นคลอน

ภาพรวมและความรู้สึกแรก

Deadpool & Wolverine รีวิวเคมีสุดป่วน กู้จักรวาล MCU? - deadpool-wolverine-review-mcu-savior

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นหลังเหตุการณ์ใน Deadpool 2 เมื่อ เวด วิลสัน (ไรอัน เรย์โนลส์) ตัดสินใจวางมือจากชีวิตซูเปอร์ฮีโร่เพื่อใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่การกระทำในอดีตที่เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นเวลาโดยใช้เครื่องเดินทางข้ามเวลาที่ซ่อมขึ้นมา ได้ไปเข้าตาขององค์กร Time Variance Authority (TVA) ที่เคยปรากฏในซีรีส์ Loki เวดถูกเจ้าหน้าที่นามว่า มิสเตอร์พาราด็อกซ์ (แมทธิว แม็กฟาเดียน) แจ้งข่าวร้ายว่าจักรวาลของเขา (Earth-10005) กำลังเผชิญกับหายนะจากการล่มสลายของพหุภพ ซึ่งตัวเขาเองเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทางรอดเดียวคือการเกณฑ์วูล์ฟเวอรีน (ฮิวจ์ แจ็คแมน) จากจักรวาลคู่ขนานมาร่วมภารกิจกอบกู้โลก แต่ปัญหาก็คือ โลแกนในเวอร์ชันนี้คือชายผู้หมดสิ้นศรัทธาในทุกสิ่งและใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง การรวมทีมอย่างไม่เต็มใจของสองขั้วตรงข้ามจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าจาก X-Men และภัยคุกคามใหม่ที่ทรงพลังอย่าง คาสซานดรา โนวา (เอ็มมา คอร์ริน) มิวแทนต์พลังจิตสุดอันตราย

บทวิจารณ์เชิงลึก

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นมากกว่าหนังแอ็คชั่นตลกเรท R แต่คือบทวิพากษ์สถานะของหนังซูเปอร์ฮีโร่ในยุคปัจจุบัน ผ่านมุมมองที่เสียดสีและตระหนักรู้ในตัวเองของเดดพูล นี่คือการเดินทางที่สำรวจความเหนื่อยล้าของแฟรนไชส์ ความคาดหวังของแฟนๆ และการดิ้นรนเพื่อหาความหมายในโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าซ้ำซาก

โครงเรื่องและบท (Script & Plot)

แกนกลางของบทภาพยนตร์คือแนวคิดเรื่อง “พหุภพ” (Multiverse) ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงโลกของเดดพูลและ X-Men จากค่าย Fox เข้ากับจักรวาลหลักของ MCU อย่างแนบเนียนและชาญฉลาด TVA ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรราชการน่าเบื่อ แต่ทำหน้าที่เป็นเวทีให้เดดพูลได้วิจารณ์และล้อเลียนความตกต่ำของ MCU ในช่วงหลังได้อย่างเจ็บแสบ บทพูดที่ทำลายกำแพงที่สี่ (Fourth-wall break) ไม่ได้มีไว้เพื่อความตลกขบขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่เป็นเสียงสะท้อนจากแฟนหนังที่รู้สึกกับ “ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ของสตูดิโอ

แม้โครงเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางข้ามมิติและกอบกู้จักรวาลอาจฟังดูซับซ้อนและชวนสับสนตามที่นักวิจารณ์บางส่วนชี้ แต่ภาพยนตร์กลับใช้ความซับซ้อนนั้นเป็นมุกตลกร้ายเสียเอง เดดพูลมักจะหยุดเรื่องราวเพื่ออธิบาย (หรือบ่น) เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่ยุ่งเหยิงของพหุภพ ซึ่งเป็นการยอมรับอย่างซึ่งหน้าว่าบางครั้งกลไกเหล่านี้ก็ถูกเขียนขึ้นมาอย่างไม่สมเหตุสมผลนัก

“ในจักรวาลที่ทุกความเป็นไปได้สามารถเกิดขึ้นได้ การกระทำหนึ่งครั้งจะมีความสำคัญสักแค่ไหน? นี่คือคำถามเชิงปรัชญาที่ซ่อนอยู่ใต้ความบ้าคลั่งของเรื่องราว”

แรงขับเคลื่อนของเดดพูลในภาคนี้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ต่อสู้เพื่อคนรักหรือแก้แค้นส่วนตัว กลายมาเป็นการค้นหาความหมายของการ “เป็นคนสำคัญ” ในภาพรวมที่ใหญ่กว่าของ MCU ซึ่งสะท้อนถึงการเดินทางของตัวละครจากหนังนอกกระแสของ Fox สู่การเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นี่คือการวิพากษ์โครงสร้างอำนาจของสตูดิโอและการดิ้นรนของศิลปินเพื่อรักษาตัวตนภายใต้ร่มเงาของบริษัทยักษ์ใหญ่

การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)

เคมีระหว่าง ไรอัน เรย์โนลส์ และ ฮิวจ์ แจ็คแมน คือหัวใจและจิตวิญญาณของภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแท้จริง การแสดงของเรย์โนลส์ในบทเดดพูลยังคงเต็มไปด้วยพลังงานอันล้นเหลือและไหวพริบที่ยิงมุกออกมาไม่หยุดหย่อน แต่ภายใต้หน้ากากนั้นยังเผยให้เห็นความเปราะบางของตัวละครที่กลัวการสูญเสียและต้องการเป็นที่ยอมรับ ในขณะที่แจ็คแมนกลับมาสวมกรงเล็บอดาแมนเทียมอีกครั้งในรอบ 7 ปีหลังจากการปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบใน Logan เขาถ่ายทอดบทวูล์ฟเวอรีนในเวอร์ชันที่แตกสลาย เหนื่อยล้า และไม่เหลือศรัทธาใดๆ ในโลกนี้ได้อย่างทรงพลัง ความขัดแย้งระหว่างความบ้าบิ่นของเดดพูลและความอดทนอดกลั้นอย่างขมขื่นของโลแกนสร้างไดนามิกที่ทั้งตลกขบขันและน่าประทับใจ

การพัฒนาของตัวละครทั้งสองเป็นภาพสะท้อนของกันและกัน เดดพูลผู้ไม่เคยแยแสสิ่งใดกลับต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง ส่วนวูล์ฟเวอรีนผู้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ก็ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องค้นหาเศษเสี้ยวของความเป็นฮีโร่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวอีกครั้ง การเดินทางของพวกเขาจึงไม่ใช่แค่การกู้จักรวาล แต่คือการกู้ศรัทธาในตัวเองและในกันและกัน

งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)

ภาพยนตร์ยังคงรักษามาตรฐานความรุนแรงระดับเรท R ที่เป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ไว้อย่างเต็มที่ ฉากแอ็คชั่นถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ ดุเดือด และเต็มไปด้วยเลือดสาด แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายความตลกเสียดสี งานภาพผสมผสานโทนสีที่จัดจ้านและวุ่นวายของเดดพูลเข้ากับบรรยากาศที่หม่นหมองและสมจริงของวูล์ฟเวอรีนได้อย่างลงตัว

จุดเด่นที่สุดในงานสร้างคือการใช้ “Fan Service” และ “Cameos” อย่างชาญฉลาด การปรากฏตัวของตัวละครจากหนัง Marvel ยุคเก่า โดยเฉพาะจากแฟรนไชส์ X-Men ของ Fox ไม่ได้เป็นเพียงการเซอร์ไพรส์แฟนๆ เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นจดหมายรักที่แสดงความเคารพต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของหนังซูเปอร์ฮีโร่ก่อนยุค MCU ครองเมือง มันคือการยอมรับว่าเรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของผู้ชม

ฉาก/ไฮไลต์ที่น่าจดจำ

มีฉากหนึ่งที่ตราตรึงเป็นพิเศษ คือฉากที่เดดพูลและวูล์ฟเวอรีนติดอยู่ใน “The Void” (ดินแดนที่ TVA ใช้ทิ้งขยะจากเส้นเวลา) ท่ามกลางซากปรักหักพังของจักรวาลต่างๆ ที่ล่มสลาย ในขณะที่เดดพูลยังคงพ่นมุกตลกเพื่อกลบเกลื่อนความสิ้นหวัง วูล์ฟเวอรีนกลับนั่งลงอย่างเงียบสงบและจ้องมองไปยังซากโลโก้ 20th Century Fox ที่ขึ้นสนิมอยู่ไกลๆ

เดดพูลหยุดพูดและนั่งลงข้างๆ เขา “นายกำลังคิดถึงบ้านเก่าเหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังผิดปกติ วูล์ฟเวอรีนตอบกลับเรียบๆ ว่า “ฉันกำลังคิดว่า… ทุกอย่างมันมีวันจบ” ฉากนี้ไม่ได้มีแอ็คชั่นหรือมุกตลกใดๆ แต่เป็นการหยุดพักเพื่อสำรวจธีมหลักของเรื่อง นั่นคือการเปลี่ยนแปลง การสูญเสีย และการยอมรับว่าไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป แม้แต่จักรวาลภาพยนตร์ที่เคยยิ่งใหญ่ มันคือช่วงเวลาที่ตัวละครที่ดูเหมือนการ์ตูนและตัวละครที่สมจริงอย่างสุดขั้วได้มาพบกัน ณ ตรงกลาง และยอมรับในชะตากรรมที่ต้องเผชิญร่วมกัน

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

  • สิ่งที่ชอบ: เคมีที่เข้ากันอย่างน่าอัศจรรย์ระหว่างไรอัน เรย์โนลส์ และฮิวจ์ แจ็คแมน ซึ่งเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนภาพยนตร์ทั้งเรื่อง
  • สิ่งที่ชอบ: บทภาพยนตร์ที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยมุกเมต้า (Meta-Humor) ที่ล้อเลียนทุกอย่างตั้งแต่ตัวสตูดิโอไปจนถึงวัฒนธรรมป๊อป ซึ่งช่วยชุบชีวิตให้จักรวาล MCU ที่เริ่มซ้ำซาก
  • สิ่งที่ชอบ: การให้เกียรติมรดกของหนัง X-Men จากค่าย Fox ผ่านการใช้ Cameos และ Easter Eggs ที่สร้างความประทับใจให้แฟนๆ รุ่นเก่า
  • สิ่งที่ไม่ชอบ: โครงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพหุภพอาจมีความซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้ชมทั่วไป และอาจทำให้การเล่าเรื่องรู้สึกติดขัดในบางช่วง
  • สิ่งที่ไม่ชอบ: แรงจูงใจของเดดพูลที่ต้องการ “เป็นคนสำคัญ” อาจทำให้ความเป็นส่วนตัวและความลึกของตัวละครลดน้อยลงเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ
ตารางสรุปการวิเคราะห์ภาพยนตร์ Deadpool & Wolverine
องค์ประกอบ บทวิเคราะห์ คะแนน
โครงเรื่องและบท มีความคิดสร้างสรรค์และกล้าหาญในการวิพากษ์ตัวเอง แต่บางครั้งอาจซับซ้อนเกินไปจนขาดความลื่นไหล 8/10
การแสดงและเคมีตัวละคร ไร้ที่ติ การปะทะกันระหว่างเรย์โนลส์และแจ็คแมนคือจุดสูงสุดของภาพยนตร์และเป็นสิ่งที่แฟนๆ รอคอย 10/10
งานสร้างและเทคนิคพิเศษ คงมาตรฐานความมันส์ระดับเรท R ไว้ได้ดีเยี่ยม การออกแบบฉากและ Cameos ทำได้อย่างน่าประทับใจ 9/10
ความบันเทิงและสาระ มอบความบันเทิงเต็มรูปแบบ พร้อมสอดแทรกประเด็นเชิงปรัชญาเกี่ยวกับการมีอยู่และคุณค่าของฮีโร่ 9/10

บทสรุปและคะแนน

Deadpool & Wolverine ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในการผสานสองตัวละครต่างขั้วเข้าด้วยกัน แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจักรวาล MCU ยังมีพื้นที่สำหรับความบ้าคลั่ง ความรุนแรง และการวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองอย่างเจ็บแสบ มันคือการระเบิดพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะ ฉากแอ็คชั่นเลือดสาด และการคารวะต่ออดีตอย่างจริงใจ นี่อาจเป็นภาพยนตร์ที่ “กู้จักรวาล MCU” ได้จริง ไม่ใช่ด้วยการสร้างอีเวนต์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม แต่ด้วยการเตือนให้ระลึกว่าหัวใจของเรื่องราวเหล่านี้คือตัวละครที่น่าจดจำและเคมีที่ไม่อาจลอกเลียนแบบได้

คะแนน (Score)

คะแนนรีวิว

9/10









การกลับมาที่สมศักดิ์ศรีและเป็นมากกว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป ด้วยเคมีที่ระเบิดเถิดเทิง บทที่เสียดสีอย่างชาญฉลาด และหัวใจที่เคารพต่อรากเหง้าของตัวละคร นี่คือลมหายใจเฮือกใหม่ที่จักรวาลมาร์เวลต้องการ

คำแนะนำ (Recommendation)

ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ชมที่เติบโตมากับหนัง X-Men ของ Fox, แฟนพันธุ์แท้ของเดดพูลและวูล์ฟเวอรีน, และผู้ที่กำลังมองหาภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่กล้าฉีกกรอบเดิมๆ ด้วยอารมณ์ขันแบบผู้ใหญ่และไม่เกรงกลัวที่จะวิจารณ์ตัวเอง หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบหนังที่เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นสุดเดือด การล้อเลียนวัฒนธรรมป๊อป และการแสดงที่ทรงพลัง นี่คือภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

หากการมีอยู่ของเราถูกกำหนดให้เป็นเพียงเรื่องเล่าในจักรวาลอันไพศาล ความพยายามที่จะเป็น ‘ฮีโร่’ ยังคงมีความหมายอยู่หรือไม่?


บทความรีวิวมาใหม่