ai generated 103

Hierarchy วังวนสงครามชนชั้น: Elite เวอร์ชั่นเกาหลี?

ซีรีส์เกาหลีแนววัยรุ่นในรั้วโรงเรียนมัธยมปลายสุดหรู ดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จที่ดึงดูดผู้ชมได้เสมอ แต่คำถามที่ตามมาคือ จะนำเสนอสิ่งใดที่แตกต่างออกไปจากขนบเดิมๆ ที่เคยมีมา และสำหรับ Hierarchy วังวนสงครามชนชั้น ผลงานล่าสุดจาก Netflix ก็หนีไม่พ้นคำถามนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงสร้างเรื่องราวชวนให้นึกถึงซีรีส์ดังจากสเปนอย่าง Elite การเปรียบเทียบจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพรวมและความรู้สึกแรก

Hierarchy วังวนสงครามชนชั้น: Elite เวอร์ชั่นเกาหลี? - hierarchy-netflix-korean-drama-review

Hierarchy วังวนสงครามชนชั้น เปิดฉาก ณ โรงเรียนมัธยมปลายจูชิน สถาบันที่เปรียบเสมือนยอดพีระมิดของสังคมเกาหลี ที่นี่ไม่ใช่แค่โรงเรียน แต่เป็นโลกจำลองที่สะท้อนโครงสร้างทางชนชั้นอย่างสุดขั้ว นักเรียน 0.01% แรกของประเทศที่เป็นทายาทกลุ่มแชโบล (Chaebol) คือผู้กุมอำนาจและตั้งกฎเกณฑ์ ขณะที่นักเรียนทุนเป็นเพียงองค์ประกอบที่ถูกจัดวางไว้ในชั้นล่างสุดของห่วงโซ่ ความสงบจอมปลอมของโลกใบนี้เริ่มสั่นคลอน เมื่อนักเรียนทุนคนใหม่ผู้มีความลับดำมืดก้าวเข้ามา พร้อมกับเป้าหมายที่จะทลายระเบียบที่หยั่งรากลึกนี้ ความรู้สึกแรกหลังรับชมคือความหรูหราอลังการที่ถูกนำเสนอผ่านงานภาพและฉาก แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างเนิบช้า ซึ่งอาจเป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยในเวลาเดียวกัน

บทวิจารณ์เชิงลึก

เมื่อเจาะลึกลงไปในองค์ประกอบต่างๆ จะพบว่าซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งมิติที่น่าสนใจและส่วนที่ยังคงเดินตามรอยพิมพ์นิยมของละครแนวนี้

โครงเรื่องและบท (Script & Plot)

หัวใจของเรื่องคือ “สงครามชนชั้น” ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปิดอย่างโรงเรียนมัธยมปลายจูชิน พล็อตเรื่องขับเคลื่อนด้วยการมาถึงของ คังฮา (รับบทโดย อีแชมิน) นักเรียนทุนผู้มีรอยยิ้มสดใสแต่แววตาซ่อนความแค้น เขาคือตัวแปรที่เข้ามาท้าทายอำนาจของ คิมรีอัน (รับบทโดย คิมแจวอน) ทายาทจูชินกรุ๊ปผู้เป็นดั่งราชาของโรงเรียน และความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับ จองแจอี (รับบทโดย โนจองอี) ราชินีผู้เปราะบางแห่งตระกูลแจยุล

บทภาพยนตร์พยายามสร้างปมปริศนาเกี่ยวกับการตายของนักเรียนทุนคนก่อน และแรงจูงใจที่แท้จริงของคังฮา แต่วิธีการเล่าเรื่องกลับค่อนข้างยืดเยื้อและ “นวยนาจ” อย่างที่เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่กล่าวถึง บทสนทนาหลายฉากเน้นการจ้องมองและเว้นจังหวะยาวนานเพื่อสร้างความตึงเครียด แต่บางครั้งกลับให้ความรู้สึกเหมือนการประวิงเวลามากกว่าการสร้างมิติทางอารมณ์ ความขัดแย้งระหว่างตัวละครหลัก แม้จะมีความเข้มข้น แต่ก็ยังขาดความสดใหม่และมักจะคลี่คลายด้วยวิธีที่คาดเดาได้ง่าย ทำให้ขาดแรงกระแทกทางความรู้สึกไปอย่างน่าเสียดาย

“ในโลกที่ระเบียบคือทุกสิ่ง การเข้ามาของความไร้ระเบียบเพียงหนึ่งเดียว คือจุดเริ่มต้นของการพังทลาย”

การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)

ทีมนักแสดงนำถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญของซีรีส์ โนจองอี ในบท จองแจอี สามารถถ่ายทอดความเย็นชาที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายในได้อย่างน่าเชื่อถือ สีหน้าและแววตาของเธอบอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าบทพูดเสียอีก ขณะที่ อีแชมิน ในบท คังฮา ก็ทำได้ดีในการแสดงออกถึงความสองบุคลิก ทั้งด้านที่ดูเป็นมิตรและด้านที่มุ่งมั่นกับการแก้แค้น ส่วน คิมแจวอน ในบท คิมรีอัน ก็ถ่ายทอดออร่าของ “คิง” ผู้หยิ่งผยองแต่ลึกๆ แล้วโหยหาความรักได้อย่างมีเสน่ห์

อย่างไรก็ตาม การพัฒนามิติของตัวละครกลับไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร ตัวละครสมทบอย่าง ยุนเฮรา (รับบทโดย จีฮเยวอน) และ อีอูจิน (รับบทโดย อีวอนจอง) มีบทบาทที่น่าสนใจ แต่ซีรีส์กลับไม่ได้สำรวจเบื้องลึกเบื้องหลังของพวกเขามากนัก ทำให้กลายเป็นเพียงตัวละครประกอบฉากที่ทำหน้าที่ผลักดันเรื่องราวของคู่หลักเท่านั้น เคมีระหว่างนักแสดงนำอยู่ในระดับดี แต่บางครั้งถูกบดบังด้วยจังหวะของบทที่เนิบนาบเกินไป

งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)

ในด้านงานสร้าง Hierarchy ทำได้อย่างไร้ที่ติ การออกแบบฉากโรงเรียนจูชินให้ความรู้สึกหรูหรา โอ่อ่า และกดดันในเวลาเดียวกัน การใช้แสงและโทนสีสะท้อนบรรยากาศของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี โทนสีเย็นถูกใช้เพื่อสื่อถึงโลกที่ไร้หัวใจของเหล่าชนชั้นสูง ขณะที่แสงธรรมชาติถูกนำมาใช้ในฉากที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำและความรู้สึกที่แท้จริงของตัวละคร

การออกแบบเครื่องแต่งกายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่โดดเด่น ชุดนักเรียนที่ดูเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยรายละเอียดสะท้อนถึงสถานะของผู้สวมใส่ เช่นเดียวกับเสื้อผ้าและเครื่องประดับนอกเครื่องแบบที่บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและรสนิยมของแต่ละตระกูล ดนตรีประกอบถูกเลือกใช้เพื่อเสริมสร้างอารมณ์ในแต่ละฉากได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่มีเพลงประกอบที่ติดหูเป็นพิเศษ แต่ก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์

ตารางเปรียบเทียบมิติสำคัญระหว่าง Hierarchy และ Elite
องค์ประกอบ Hierarchy (วังวนสงครามชนชั้น) Elite
โครงเรื่องและประเด็น เน้นการวิพากษ์วัฒนธรรม “แชโบล” และโครงสร้างอำนาจที่แข็งตัวในสังคมเกาหลี ปมปริศนาเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่อง เน้นความขัดแย้งทางชนชั้น, เชื้อชาติ, และเพศสภาพที่รุนแรงและเปิดเผย ปมอาชญากรรมเป็นแกนหลัก
ตัวละครและพัฒนาการ ตัวละครมีความเก็บกดสูง การแสดงออกทางอารมณ์ซับซ้อนและอยู่ภายใต้กรอบของสังคม ตัวละครมีความกล้าได้กล้าเสีย แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา และมีพัฒนาการที่คาดเดายาก
จังหวะการเล่าเรื่อง ค่อนข้างช้า (Slow-burn) เน้นการสร้างบรรยากาศและความตึงเครียดทางอารมณ์ รวดเร็ว ฉับไว มีจุดหักมุมบ่อยครั้ง เน้นความตื่นเต้นและระทึกขวัญ
งานสร้างและสุนทรียศาสตร์ งานภาพมีความประณีต งดงามแบบเกาหลี เน้นความสมบูรณ์แบบและหรูหรา งานภาพมีสีสันจัดจ้าน ดิบ และร้อนแรง สะท้อนพลังของวัยรุ่น

ฉาก/ไฮไลต์ที่น่าจดจำ

ฉากที่น่าจดจำที่สุดอาจไม่ใช่ฉากที่หวือหวา แต่เป็นฉากการเผชิญหน้ากันครั้งแรกระหว่าง คังฮา และ คิมรีอัน ในห้องเรียนสำหรับนักเรียนทุน ที่ซึ่งคังฮาจงใจนั่งในที่นั่งประจำของนักเรียนที่เสียชีวิตไป ฉากนี้ไม่มีบทพูดที่รุนแรง แต่เต็มไปด้วยสงครามประสาทผ่านสายตาและการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ มันคือการประกาศสงครามอย่างเงียบๆ และเป็นการท้าทายอำนาจของรีอันต่อหน้าทุกคน เป็นฉากที่สรุปแก่นของเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างทรงพลัง คือการต่อสู้ระหว่างผู้ที่ต้องการรักษาสถานะเดิมกับผู้ที่ต้องการทำลายมันลง

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

  • สิ่งที่ชอบ:
    • งานภาพและการผลิต: ทุกองค์ประกอบทางศิลป์มีความสวยงามและประณีต ทำให้โลกของโรงเรียนจูชินดูน่าเชื่อถือและน่าค้นหา
    • การแสดงของนักแสดงนำ: โดยเฉพาะ โนจองอี ที่สามารถแบกรับบทบาทที่ซับซ้อนทางอารมณ์ได้เป็นอย่างดี
    • การสะท้อนปัญหาสังคม: ซีรีส์หยิบยกประเด็นวัฒนธรรมแชโบลและความเหลื่อมล้ำมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ แม้จะไม่ได้ลงลึกมากนัก
  • สิ่งที่ไม่ชอบ:
    • จังหวะการเล่าเรื่อง: การดำเนินเรื่องที่ช้าเกินไปในหลายช่วง อาจทำให้ผู้ชมที่คาดหวังความตื่นเต้นรู้สึกเบื่อได้
    • ความซ้ำซากของพล็อต: โครงเรื่องการแก้แค้นในโรงเรียนคนรวยไม่ใช่เรื่องใหม่ และซีรีส์ไม่ได้นำเสนอการตีความที่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก
    • การพัฒนาตัวละครสมทบ: ตัวละครรอบข้างขาดมิติและความลึกซึ้ง ทำให้เรื่องราวส่วนใหญ่ถูกจำกัดอยู่แค่ตัวละครหลักไม่กี่ตัว

บทสรุปและคะแนน

สรุปแล้ว Hierarchy วังวนสงครามชนชั้น: Elite เวอร์ชั่นเกาหลี? คำตอบคือ ใช่และไม่ใช่ มันหยิบยืมโครงสร้างและบรรยากาศบางอย่างมาจาก Elite แต่ถูกนำมาปรุงแต่งใหม่ในรสชาติแบบเกาหลีที่เน้นดราม่าความสัมพันธ์และสงครามจิตวิทยามากกว่าความระทึกขวัญ แม้จะมีจุดอ่อนในด้านความเร็วของเรื่องราวและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่ก็ยังคงเป็นซีรีส์ที่ดูได้เพลินๆ ด้วยงานสร้างระดับพรีเมียมและการแสดงที่น่าดึงดูด มันอาจไม่ใช่ซีรีส์ที่จะปฏิวัติวงการ แต่ก็เป็นภาพสะท้อนที่น่าขบคิดของสังคมที่อำนาจและชาติกำเนิดยังคงเป็นตัวกำหนดคุณค่าของมนุษย์

คะแนน (Score)

★★★★★★☆☆☆☆
6/10

งานภาพสวยงามและการแสดงดี แต่ถูกฉุดรั้งด้วยพล็อตที่คาดเดาได้ง่ายและจังหวะการเล่าเรื่องที่เชื่องช้าเกินไป

คำแนะนำ (Recommendation)

เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบซีรีส์เกาหลีแนวดราม่าในโรงเรียน, เรื่องราวเกี่ยวกับสังคมชนชั้นสูง, และการชิงไหวชิงพริบทางอารมณ์ หากคุณเป็นแฟนของซีรีส์อย่าง The Heirs, Penthouse หรือ Sky Castle และไม่介意จังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป Hierarchy ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หากคุณมองหาความตื่นเต้นระทึกขวัญแบบ Elite อาจจะต้องปรับความคาดหวังลงเล็กน้อย

ท้ายที่สุดแล้ว ‘ชนชั้น’ คือสิ่งที่กำหนดตัวตนของเรา หรือเป็นเพียงกำแพงที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อบดบังความเปราะบางของตนเอง?

บทความรีวิวมาใหม่