ai generated 62

จักรวาล DCU ใหม่! เปิดโผทัพนักแสดงที่จะมาเปลี่ยนเกม

การเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของจักรวาลภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อมีการประกาศรายชื่อสำหรับ จักรวาล DCU ใหม่! เปิดโผทัพนักแสดงที่จะมาเปลี่ยนเกม อย่างเป็นทางการ ภายใต้การนำทัพของ James Gunn และ Peter Safran การยกเครื่องใหม่ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนตัวนักแสดง แต่คือการสั่นสะเทือนรากฐานและทิศทางของเรื่องเล่า ที่จะกำหนดนิยามใหม่ให้กับตัวละครอันเป็นที่รักของแฟนๆ ทั่วโลก นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยหนึ่งไปสู่อีกยุคสมัยหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทาย ความคาดหวัง และคำถามถึงอนาคตของมหากาพย์ซูเปอร์ฮีโร่บนจอภาพยนตร์

ประเด็นสำคัญที่คุณจะได้อ่านในบทความนี้:

  • การปิดฉากอย่างเป็นทางการของจักรวาล DCEU ยุค Zack Snyder และการเปลี่ยนผ่านสู่ DCU Chapter 1: Gods and Monsters
  • รายชื่อนักแสดงหลักจาก Justice League ชุดเดิมที่จะไม่กลับมารับบทบาทเดิมในจักรวาลใหม่
  • การเปิดตัวนักแสดงนำคนสำคัญ โดยเฉพาะ David Corenswet ในฐานะ Superman คนใหม่ และทัพนักแสดงสมทบใน Superman: Legacy
  • สถานะของนักแสดงอย่าง Jason Momoa และอนาคตของตัวละคร Batman และ Wonder Woman ใน DCU
  • การวิเคราะห์ความหมายเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งใหญ่ ที่จะส่งผลต่อทิศทางของหนังซูเปอร์ฮีโร่ไปอีกหลายปี

การสิ้นสุดของยุคสมัย: สู่การกำเนิด DCU Chapter 1

จักรวาล DCU ใหม่! เปิดโผทัพนักแสดงที่จะมาเปลี่ยนเกม - new-dcu-casting-announcement-reveal

จักรวาลภาพยนตร์ DC ที่แฟนๆ รู้จักในชื่อ DCEU (DC Extended Universe) ซึ่งเริ่มต้นด้วย Man of Steel ของผู้กำกับ Zack Snyder ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นเรื่องหลักอย่างเป็นทางการแล้ว การเข้ามาบริหารของสองหัวเรือใหญ่อย่าง James Gunn และ Peter Safran ในฐานะประธานร่วมของ DC Studios ได้นำมาซึ่งวิสัยทัศน์ใหม่ที่ชัดเจน นั่นคือการ “รีบูต” หรือเริ่มต้นจักรวาลใหม่ทั้งหมดภายใต้ชื่อ DCU (DC Universe)

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย แต่เป็นการล้างกระดานเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแรงและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งในรูปแบบภาพยนตร์และซีรีส์ทาง HBO Max โดยเฟสแรกของจักรวาลใหม่นี้ถูกตั้งชื่อว่า “Chapter 1: Gods and Monsters” ซึ่งสะท้อนถึงสเกลของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และหลากหลาย ตั้งแต่ซูเปอร์ฮีโร่ระดับเทพเจ้าไปจนถึงอสุรกายลึกลับ โครงการที่ประกาศออกมาในช่วงแรกล้วนสร้างความตื่นเต้นและบ่งบอกถึงทิศทางที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็น Superman: Legacy, The Authority, The Brave and the Bold ที่จะแนะนำ Batman คนใหม่, Supergirl: Woman of Tomorrow, และซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่าง Lanterns

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการตัดสินใจที่จะไม่ใช้นักแสดงหลักชุดเดิมจากยุค DCEU อีกต่อไป ซึ่งหมายความว่าภาพจำของซูเปอร์ฮีโร่ที่แฟนๆ คุ้นเคยมาเกือบทศวรรษกำลังจะถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยใบหน้าและจิตวิญญาณดวงใหม่

ทัพนักแสดงเดิมที่ส่งต่อคบเพลิง: ใครบ้างที่จะไม่กลับมา?

หนึ่งในการประกาศที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดคือการยืนยันว่านักแสดงหลักทั้ง 6 คนผู้เป็นแกนกลางของทีม Justice League ในยุคของ Zack Snyder จะไม่กลับมารับบทบาทเดิมในจักรวาล DCU ใหม่ การตัดสินใจนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า DC Studios ต้องการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดโดยปราศจากเงาของอดีต เพื่อเปิดโอกาสให้กับการตีความตัวละครในมุมมองที่สดใหม่ นักแสดงที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคเก่าซึ่งจะยุติบทบาทลง ได้แก่:

  • Henry Cavill – ผู้รับบท Superman / Clark Kent นับตั้งแต่ Man of Steel (2013)
  • Ben Affleck – ผู้รับบท Batman / Bruce Wayne ที่มีภาพลักษณ์ดุดันและกร้านโลก
  • Gal Gadot – ผู้รับบท Wonder Woman ที่กลายเป็นไอคอนระดับโลก
  • Jason Momoa – ผู้รับบท Aquaman / Arthur Curry (ในเวอร์ชันเดิม)
  • Ezra Miller – ผู้รับบท The Flash / Barry Allen
  • Ray Fisher – ผู้รับบท Cyborg / Victor Stone

การอำลาบทบาทของนักแสดงชุดนี้เปรียบเสมือนการปิดหนังสือเล่มเก่า เพื่อเปิดหน้าแรกของหนังสือเล่มใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงอนาคตของทีม Justice League ว่าจะถูกนำเสนอในรูปแบบใด และใครคือผู้ที่จะมารับมรดกอันยิ่งใหญ่นี้ต่อไป

โฉมหน้าแห่งอนาคต: ทัพนักแสดงชุดใหม่ที่ถูกเปิดตัว

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ DC Studios ไม่ได้ปล่อยให้แฟนๆ ต้องรอนาน พวกเขาเริ่มทยอยเปิดตัวทัพนักแสดงที่จะเข้ามาเป็นรากฐานสำคัญของจักรวาล DCU ใหม่ โดยมีจุดเริ่มต้นที่โครงการเรือธงอย่าง Superman: Legacy ซึ่ง James Gunn รับหน้าที่กำกับและเขียนบทด้วยตัวเอง

เดวิด คอเรนสเว็ต: ซูเปอร์แมนคนใหม่แห่ง Superman: Legacy

การค้นหานักแสดงที่จะมารับบท Superman คนใหม่คือภารกิจที่ทั่วโลกจับตามอง และในที่สุดบทบาทอันเป็นสัญลักษณ์ของความหวังนี้ก็ได้ตกเป็นของ David Corenswet เขาจะเข้ามาสวมผ้าคลุมสีแดงแทนที่ Henry Cavill ในภาพยนตร์ Superman: Legacy การเลือก Corenswet ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์และอบอุ่นกว่า สะท้อนถึงความตั้งใจของ Gunn ที่จะนำเสนอเรื่องราวของ Clark Kent ในวัยหนุ่มที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการเป็นชาวคริปโตเนียนผู้มีพลังเหนือมนุษย์กับการเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง การคัดเลือกครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายแรกและสำคัญที่สุดในการ “เปลี่ยนเกม” ของ DCU อย่างแท้จริง

กองทัพเสริมใน Superman: Legacy: สัญญาณแห่งจักรวาลที่เชื่อมโยง

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ Superman: Legacy ไม่ได้เป็นเพียงหนังเดี่ยวของ Superman เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดตัวตัวละครสำคัญอื่นๆ อีกมากมายเข้ามาในจักรวาลตั้งแต่เรื่องแรก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่แตกต่างจากการปูเรื่องทีละคนในอดีต ทัพนักแสดงที่ได้รับการยืนยันแล้วสะท้อนให้เห็นถึงโลกที่เต็มไปด้วยซูเปอร์ฮีโร่อยู่แล้ว:

  • Rachel Brosnahan ในบท Lois Lane นักข่าวสาวคนเก่งแห่ง Daily Planet
  • Nicholas Hoult ในบท Lex Luthor อัจฉริยะวายร้ายคู่ปรับตลอดกาลของ Superman
  • Isabela Merced ในบท Hawkgirl ฮีโร่หญิงมีปีก
  • Edi Gathegi ในบท Mister Terrific หนึ่งในมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดในโลก
  • Nathan Fillion ในบท Guy Gardner หนึ่งใน Green Lantern ของเหล่ามนุษย์
  • Anthony Carrigan ในบท Metamorpho ฮีโร่ผู้มีความสามารถในการเปลี่ยนร่างเป็นธาตุต่างๆ

การปรากฏตัวของตัวละครเหล่านี้ตั้งแต่ต้น เปรียบเสมือนการประกาศว่า DCU ใหม่ จะเป็นจักรวาลที่เชื่อมโยงและมีชีวิตชีวาตั้งแต่เริ่มต้น สร้างความรู้สึกของโลกที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าอัศจรรย์

ตารางเปรียบเทียบนักแสดงหลักระหว่างจักรวาล DCEU และ DCU ใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ตัวละคร นักแสดงในยุค DCEU นักแสดง/สถานะในจักรวาล DCU ใหม่
Superman Henry Cavill David Corenswet
Batman Ben Affleck ยังไม่ประกาศ (จะเปิดตัวใน The Brave and the Bold)
Wonder Woman Gal Gadot ยังไม่ประกาศ
Aquaman Jason Momoa ยังไม่ประกาศ (Jason Momoa อาจรับบทอื่น)
The Flash Ezra Miller ยังไม่ประกาศ
Lois Lane Amy Adams Rachel Brosnahan
Lex Luthor Jesse Eisenberg Nicholas Hoult

สถานะพิเศษและอนาคตที่ยังคลุมเครือ

แม้ว่าทิศทางหลักคือการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่ก็ยังมีบางกรณีที่น่าสนใจและอนาคตของตัวละครบางตัวที่ยังคงเป็นปริศนา ซึ่งสร้างบทสนทนาและการคาดเดาในหมู่แฟนๆ อย่างต่อเนื่อง

เจสัน โมโมอา: บทบาทใหม่ในจักรวาลเดิม?

กรณีของ Jason Momoa ถือว่ามีความพิเศษกว่านักแสดงคนอื่นในทีม Justice League ชุดเดิม มีรายงานและกระแสข่าวหนาหูว่า แม้เขาจะไม่ได้กลับมารับบท Aquaman เวอร์ชันเดิม แต่เขายังคงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการในจักรวาล DCU ใหม่ และมีแนวโน้มสูงที่จะกลับมารับบทบาทเป็นตัวละครอื่นแทน มีการคาดเดากันอย่างกว้างขวางว่าบทบาทใหม่ของเขาอาจเป็น Lobo แอนตี้ฮีโร่สุดดิบจากต่างดาว ซึ่งเป็นตัวละครที่ Momoa แสดงความสนใจมาโดยตลอด แนวทางนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของ Gunn และ Safran ที่ต้องการเก็บนักแสดงที่มีเสน่ห์และเป็นที่รักของแฟนๆ ไว้ แต่ปรับเปลี่ยนบทบาทให้เหมาะสมกับวิสัยทัศน์ใหม่ของจักรวาล

ชะตากรรมของ Batman และ Wonder Woman ใน DCU

ในขณะที่ Superman มีทิศทางที่ชัดเจนแล้ว อนาคตของสองเสาหลักที่เหลืออย่าง Batman และ Wonder Woman ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการ สิ่งที่เรารู้คือ Ben Affleck และ Gal Gadot จะไม่กลับมารับบทเดิม สำหรับ Batman คนใหม่ จะถูกแนะนำตัวในภาพยนตร์เรื่อง The Brave and the Bold ซึ่งจะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง Bruce Wayne กับลูกชายของเขา Damian Wayne ในฐานะ Robin ซึ่งเป็นแนวทางที่ยังไม่เคยถูกสำรวจอย่างจริงจังในฉบับภาพยนตร์คนแสดงมาก่อน ส่วน Wonder Woman นั้น แม้จะยังไม่มีการประกาศโครงการเดี่ยวใน Chapter 1 แต่ James Gunn ได้ยืนยันว่าเรื่องราวของชาวอเมซอนและเกาะ Themyscira ยังคงเป็นส่วนสำคัญของแผนการในระยะยาว

บทสรุป: การเดิมพันครั้งใหญ่ที่นิยามอนาคตของ DC

การประกาศ จักรวาล DCU ใหม่! เปิดโผทัพนักแสดงที่จะมาเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่ข่าวสารในวงการบันเทิง แต่มันคือการประกาศสงครามเชิงกลยุทธ์และการเดิมพันครั้งใหญ่ของ DC Studios การตัดสินใจล้างไพ่ใหม่ทั้งหมดเป็นการยอมรับว่าแนวทางเดิมอาจไม่สามารถไปต่อได้ในระยะยาว และเลือกที่จะสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ด้วยวิสัยทัศน์ที่เป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นภายใต้การควบคุมของ James Gunn

การเลือกนักแสดงชุดใหม่ นำโดย David Corenswet และทัพนักแสดงสมทบใน Superman: Legacy คือการวางศิลาฤกษ์ก้อนแรกของปราสาทหลังใหม่ที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนกว่าเดิม แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการทำให้แฟนคลับกลุ่มเก่าผิดหวัง แต่ก็เป็นการเปิดประตูต้อนรับแฟนๆ กลุ่มใหม่และสร้างโอกาสในการเล่าเรื่องที่สดใหม่ไร้ขีดจำกัด อนาคตของ DC บนจอภาพยนตร์กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ต่อหน้าต่อตาเราทุกคน และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะถูกจดจำในฐานะจุดเปลี่ยนที่กล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังซูเปอร์ฮีโร่

เมื่อใบหน้าของวีรบุรุษที่เราคุ้นเคยเปลี่ยนไป ตัวตนและความหมายของ ‘ความยุติธรรม’ ที่พวกเขาเป็นตัวแทน จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยหรือไม่?

บทความรีวิวมาใหม่