ai generated 384

รีวิว The Penguin อาชญากรครองเมือง Gotham

ซีรีส์ภาคแยกที่หลายคนรอคอยจากจักรวาล The Batman ได้มาถึงแล้ว บทความนี้จะทำการรีวิว The Penguin อาชญากรครองเมือง Gotham อย่างเจาะลึก เพื่อสำรวจการเดินทางไต่เต้าสู่อำนาจของ ออสวอลด์ “ออซ” คอบเบิลพอต ในนครก็อตแธมที่บอบช้ำและไร้ซึ่งผู้พิทักษ์หลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของวายร้าย แต่เป็นการดำดิ่งสู่จิตใจของมนุษย์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความทะเยอทะยาน ท่ามกลางสังคมที่เน่าเฟะและการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

  • การแสดงระดับมาสเตอร์พีซ: คอลิน ฟาร์เรลล์ มอบการแสดงที่น่าจดจำในบท “เพนกวิน” เปลี่ยนภาพลักษณ์จากตัวร้ายกึ่งตลกขบขันสู่มาเฟียผู้มีบาดแผลในใจและมีความซับซ้อนทางอารมณ์
  • โทนเรื่องแบบหนังแก๊งสเตอร์: ซีรีส์เรื่องนี้มีกลิ่นอายของหนังอาชญากรรมคลาสสิกอย่าง The Sopranos หรือ Goodfellas ที่เน้นความสมจริง ดิบเถื่อน และบรรยากาศฟิล์มนัวร์ที่มืดหม่น
  • การสำรวจจิตใจมนุษย์: เนื้อหาหลักไม่ได้อยู่ที่การต่อสู้ของซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นการเจาะลึกธีมของอำนาจ, การทรยศ, ความขัดแย้งภายในจิตใจ และพลวัตของครอบครัวในโลกอาชญากรรม
  • ตัวละครสมทบที่โดดเด่น: คริสติน มิลิโอติ ในบท โซเฟีย ฟัลโคน สร้างมิติให้กับคู่ปรับของออซได้อย่างน่าทึ่ง แสดงให้เห็นว่าเมืองก็อตแธมสามารถกัดกินและเปลี่ยนแปลงผู้คนให้กลายเป็นปีศาจได้อย่างไร

ภาพรวมและความรู้สึกแรก

รีวิว The Penguin อาชญากรครองเมือง Gotham - review-the-penguin-hbo-series

The Penguin เปิดฉากขึ้นทันทีหลังเหตุการณ์ในภาพยนตร์ The Batman (2022) เมืองก็อตแธมตกอยู่ในสภาวะไร้ขื่อแป หลังถูก The Riddler โจมตีจนจมอยู่ใต้น้ำและหัวหน้ามาเฟียอย่าง คาร์ไมน์ ฟัลโคน ถูกสังหาร ท่ามกลางความโกลาหลนี้เอง ออสวอลด์ “ออซ” คอบเบิลพอต (คอลิน ฟาร์เรลล์) อาชญากรระดับล่างผู้มีแผลใจและความทะเยอทะยานเต็มเปี่ยม เล็งเห็นถึงโอกาสทองในการสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมา ซีรีส์ทั้ง 8 ตอนนี้จึงเปรียบเสมือนบันทึกการเดินทางอันแสนโหดร้ายของเขา จากลูกน้องที่ไม่มีใครเห็นค่า สู่การเป็นผู้เล่นคนสำคัญในโลกใต้ดินของก็อตแธม ความรู้สึกแรกหลังได้สัมผัสคือ ซีรีส์นี้ไม่ใช่เรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นละครอาชญากรรม (Crime Drama) ที่หนักแน่นและสมจริง ซึ่งเลือกที่จะสำรวจมุมมืดของจิตใจมนุษย์มากกว่าการต่อสู้ระหว่างธรรมะและอธรรม

บทวิจารณ์เชิงลึก

การวิเคราะห์ซีรีส์เรื่องนี้จำเป็นต้องมองผ่านเลนส์ของภาพยนตร์แนวแก๊งสเตอร์และจิตวิทยาตัวละคร มากกว่าจะเป็นเพียงภาคแยกของหนังซูเปอร์ฮีโร่ เพราะหัวใจสำคัญของมันคือการเฝ้ามองการถือกำเนิดของ “ราชา” องค์ใหม่ในโลกที่ปราศจากกฎเกณฑ์

โครงเรื่องและบท (Script & Plot)

บทของ The Penguin ดำเนินเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา พล็อตหลักคือการวางแผนอันซับซ้อนของออซเพื่อยึดครองอำนาจ เขาเริ่มต้นด้วยการสร้างสถานการณ์เพื่อสังหาร อัลแบร์โต ฟัลโคน ทายาทคนสำคัญ และป้ายความผิดให้กับครอบครัวฟัลโคนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โซเฟีย ฟัลโคน (คริสติน มิลิโอติ) ลูกสาวผู้มีสภาพจิตใจไม่มั่นคง ซึ่งกลายมาเป็นคู่ปรับคนสำคัญของเขาตลอดทั้งเรื่อง

โครงเรื่องโดดเด่นในการแสดงให้เห็นถึงไหวพริบและความเจ้าเล่ห์ของออซ เขามิได้ใช้เพียงกำลัง แต่ใช้การเมือง การยุยง และการหลอกใช้คนรอบข้างเป็นเครื่องมือ ตั้งแต่การดึงวัยรุ่นผู้สับสนคนหนึ่ง (เรนซี เฟลิซ) เข้ามาพัวพันในเกมของเขา ไปจนถึงการสร้างพันธมิตรและศัตรูกับแก๊งอื่น ๆ ในเมือง แต่ในขณะเดียวกัน บทภาพยนตร์ก็มีจุดที่ถูกวิจารณ์อยู่บ้าง การที่ซีรีส์มีความยาวเพียง 8 ตอน ทำให้การปูพื้นหลังและพัฒนาการของตัวละครรองบางตัวเป็นไปอย่างเชื่องช้า และตอนจบอาจให้ความรู้สึกที่เร่งรีบเกินไป นอกจากนี้ พล็อตเรื่องที่เกี่ยวกับการไต่เต้าของมาเฟียอาจทำให้รู้สึกว่ามีความคล้ายคลึงกับหนังแนวเดียวกันในอดีต ซึ่งอาจขาดเอกลักษณ์ที่แปลกใหม่ไปบ้างสำหรับผู้ชมบางกลุ่ม

ก็อตแธมไม่ได้สร้างปีศาจ แต่เป็นโรงละครที่เผยธาตุแท้ของปีศาจที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ออกมา

การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)

จุดแข็งที่สุดของซีรีส์เรื่องนี้คือการแสดงที่ทรงพลังจนน่าขนลุก คอลิน ฟาร์เรลล์ ได้สลัดภาพลักษณ์เดิม ๆ ของตนเองทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง และสวมบทบาทเป็น ออซ คอบเบิลพอต ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้เมคอัพที่หนาเตอะ เขาสามารถถ่ายทอดบุคลิกของเพนกวินออกมาได้อย่างมีมิติ ไม่ใช่แค่วายร้ายหน้าตาน่าเกลียด แต่เป็นชายผู้มีปมด้อย ถูกสังคมกดขี่ มีความซาดิสม์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความปรารถนาที่จะได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะจากแม่ของเขา ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตัวละครนี้ทั้งน่ากลัวและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน การแสดงของเขาได้รับการยกย่องอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นหนึ่งในการสวมบทบาทวายร้ายของ DC ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

อีกหนึ่งคนที่ขโมยซีนได้อย่างน่าทึ่งคือ คริสติน มิลิโอติ ในบท โซเฟีย ฟัลโคน เธอไม่ใช่แค่ลูกสาวมาเฟียที่รอวันแก้แค้น แต่เป็นตัวละครที่ซับซ้อนและน่าเศร้า ผู้ชมจะได้เห็นว่าสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของก็อตแธมหล่อหลอมเธอให้กลายเป็นคนที่น่าสะพรึงกลัวได้อย่างไร เธอสร้างได้ทั้งความรู้สึกเห็นใจและน่าขยะแขยงไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถทางการแสดงอันยอดเยี่ยม การปะทะกันทางความคิดและอำนาจระหว่างเธอกับออซ ถือเป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้าได้อย่างน่าติดตาม

งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)

งานสร้างของ The Penguin อยู่ในระดับสูงเทียบเท่าภาพยนตร์จอเงิน บรรยากาศของเมืองก็อตแธมยังคงความมืดหม่น ชื้นแฉะ และเต็มไปด้วยความเสื่อมโทรมอย่างที่เคยเห็นใน The Batman การถ่ายภาพเน้นโทนสีที่หม่นหมอง สไตล์ฟิล์มนัวร์ที่ดิบเถื่อน ช่วยเสริมสร้างความรู้สึกสิ้นหวังและอันตรายที่แฝงตัวอยู่ทุกมุมเมือง อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าแม้โปรดักชันจะยอดเยี่ยม แต่สไตล์ภาพอาจไม่ได้มีเอกลักษณ์ที่จัดจ้านเท่ากับเวอร์ชันภาพยนตร์ของ แมตต์ รีฟส์ ซึ่งอาจเป็นความตั้งใจที่จะทำให้ซีรีส์มีความสมจริงและติดดินมากขึ้น

สิ่งที่โดดเด่นคือการสร้างโลกใต้ดินของก็อตแธมให้ดูมีชีวิตชีวาและน่าเชื่อถือ ซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยความรุนแรงที่อาจทำให้ผู้ชมตกใจ คำสบถ และบทสนทนาที่เฉียบคม ซึ่งทำให้มันแตกต่างจากผลงานอื่น ๆ ในจักรวาล DC อย่างชัดเจน มันคือเรื่องราวของมนุษย์ที่ต่อสู้กันเพื่ออำนาจโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังพิเศษหรือชุดแฟนซี ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของซีรีส์เรื่องนี้

ตารางสรุปการวิเคราะห์องค์ประกอบหลักของซีรีส์ The Penguin
องค์ประกอบ การวิเคราะห์ คะแนน
โครงเรื่องและบท พล็อตการไต่เต้าสู่อำนาจที่เข้มข้นแต่เดินเรื่องช้าในบางช่วง และอาจมีความคล้ายคลึงกับหนังมาเฟียคลาสสิก 7/10
การแสดงและตัวละคร การแสดงระดับรางวัลของ คอลิน ฟาร์เรลล์ และ คริสติน มิลิโอติ คือหัวใจหลักที่ทำให้ซีรีส์น่าติดตามอย่างยิ่ง 10/10
งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ โปรดักชันคุณภาพสูง บรรยากาศนัวร์ยอดเยี่ยม แต่ขาดสไตล์ภาพที่โดดเด่นเท่าภาพยนตร์ต้นฉบับ 8/10
ความบันเทิงและธีม เป็นละครอาชญากรรมที่หนักแน่นและเจาะลึกจิตใจมนุษย์ ไม่ใช่แนวแอ็คชั่นซูเปอร์ฮีโร่ แต่มีความเข้มข้นสูง 9/10

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

เพื่อสรุปมุมมองการวิจารณ์ให้ชัดเจน สามารถแบ่งออกเป็นข้อดีและข้อเสียได้ดังนี้:

สิ่งที่ชอบ

  • การแสดงที่เหนือชั้น: การสวมบทบาทของนักแสดงนำทั้งสองคนถือเป็นปรากฏการณ์และเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องรับชมซีรีส์เรื่องนี้
  • การขยายจักรวาลที่สมจริง: ซีรีส์ได้สร้างโลกใต้ดินของก็อตแธมให้มีความลึกและน่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องพึ่งพาแบทแมน ทำให้จักรวาลนี้ดูกว้างใหญ่และซับซ้อนยิ่งขึ้น
  • โทนเรื่องที่หนักแน่นและเป็นผู้ใหญ่: การนำเสนอเรื่องราวอาชญากรรมอย่างตรงไปตรงมา ไม่ประนีประนอม ทำให้ซีรีส์มีเอกลักษณ์และแตกต่างจากผลงานซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป

สิ่งที่ไม่ชอบ

  • จังหวะการเล่าเรื่อง: ในบางช่วง การดำเนินเรื่องอาจค่อนข้างช้าและเน้นบทสนทนามากกว่าฉากแอ็คชั่น ซึ่งอาจไม่ถูกใจผู้ชมที่คาดหวังความตื่นเต้นตลอดเวลา
  • ความยาวที่ไม่เพียงพอ: ด้วยจำนวนเพียง 8 ตอน ทำให้ตอนจบมีความรู้สึกเร่งรัดและปมของตัวละครรองบางตัวยังไม่ถูกสำรวจอย่างเต็มที่
  • พล็อตที่คาดเดาได้: สำหรับแฟนหนังแนวมาเฟีย โครงสร้างการหักหลังและชิงอำนาจอาจไม่ได้รู้สึกแปลกใหม่มากนัก

บทสรุปและคะแนน

โดยรวมแล้ว การรีวิว The Penguin อาชญากรครองเมือง Gotham สรุปได้ว่านี่คือซีรีส์ภาคแยกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มันคือการศึกษาตัวละครที่ลุ่มลึกและเป็นละครอาชญากรรมชั้นดีที่เกิดขึ้นในฉากหลังของเมืองที่สิ้นหวังที่สุดในโลกวรรณกรรม แม้จะมีข้อบกพร่องในด้านจังหวะการเล่าเรื่องและความยาว แต่พลังทางการแสดงและบรรยากาศที่กดดันก็สามารถชดเชยสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด นี่คือผลงานที่พิสูจน์ว่าเรื่องราวในก็อตแธมจะน่าสนใจที่สุดเมื่อมันหันเลนส์มาจับจ้องที่มนุษย์ธรรมดาผู้มีความปรารถนาอันบิดเบี้ยว

คะแนน (Score)

8/10

ผลงานดราม่าอาชญากรรมที่ยอดเยี่ยม ขับเคลื่อนด้วยการแสดงอันทรงพลังและบรรยากาศที่มืดหม่น แม้จะมีข้อบกพร่องเล็กน้อยในด้านการดำเนินเรื่อง

คำแนะนำ (Recommendation)

The Penguin เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่อง The Batman และต้องการสำรวจโลกของก็อตแธมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงแฟน ๆ ของซีรีส์และภาพยนตร์แนวอาชญากรรม-แก๊งสเตอร์ เช่น The Sopranos, Goodfellas, หรือ Scarface หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่เน้นการพัฒนาตัวละคร บทสนทนาที่เฉียบคม และบรรยากาศที่หนักอึ้ง นี่คือผลงานที่ไม่ควรพลาด แต่หากคุณคาดหวังฉากแอ็คชั่นแบบซูเปอร์ฮีโร่ที่รวดเร็ว อาจต้องปรับความคาดหวังก่อนรับชม

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของ ออซ คอบเบิลพอต ก็ทิ้งคำถามเชิงปรัชญาไว้ให้ขบคิด: เมื่อความทะเยอทะยานกัดกินจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์ อำนาจที่ได้มานั้นมีค่าควรแก่การสูญเสียตัวตนหรือไม่?

บทความรีวิวมาใหม่