หนังใหม่ netflix หนังต่างประเทศ ซีรีย์ฝรั่ง 2021

หนังใหม่ netflix หนังต่างประเทศ ซีรีย์ฝรั่ง 2021

หนังใหม่ netflix หนังต่างประเทศ ซีรีย์ฝรั่ง 2021

หนังใหม่ Netflix หนังฝรั่ง หนังเต็มเรื่อง ภาพชัดระดับK

Dog – เพื่อนกันพันธุ์ห้าว

ประเภท :ตลก/Family film

ผู้กำกับ :แชนนิง เททัม, รีด แคโรลิน

นักแสดง :แชนนิง เททัม   อีธาน ซัปลี   สกายเลอร์ จอย

วันที่ฉาย : 18 กุมภาพันธ์ 2565

ความยาว : 1 ชม. 41 นาที

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ Briggs ทหารที่ต้องปลดประจำการจากโรคทางสมอง เขาอยากหาโอกาสกลับเข้ากรมและได้ทำงานด้านนี้อีกครั้ง แต่เขาต้องได้รับการรับรองจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่เสียก่อน นั่นจึงทำให้เขาได้รับการไหว้วานให้พา Lulu สุนัข K9 พันธุ์เบลเยียม มาลินอยล์ ที่โดนปลดประจำการ ไปส่งในงานศพของเจ้านายมันที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ การเดินทางอันแสนยาวนานของทั้งคู่ก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์ต่างสายพันธุ์กันขึ้น แน่นอนว่าหนังหมา ๆ มันต้องมีความคาดหวังว่าจะได้เห็นโมเมนท์น่ารัก ๆ ของเจ้าหมาบ้างแหละ แต่เรื่องนี้ถือว่าเราแทบจะไม่ค่อยได้เห็นความน่ารักของหมาตัวเอกสักเท่าไหร่ คือนอกจากอริยาบทต่าง ๆ ที่พอจะน่ารักน่าเอ็นดูอยู่บ้าง ก็ไม่มีช่วงไหนที่เราดูแล้วแบบ งู้ยยยยย ให้มันเท่าไหร่ มีแบบให้พอยิ้มได้ แถมสิ่งสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมาก็ทำออกมาได้ตื้นเขินเหลือเกิน มันดูผิวเผิน บางเบาเกินกว่าเราจะรู้สึกได้ว่าทั้งคู่ผูกพันกันจริง ๆ เพราะมันไม่ได้มีช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกอินกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลย มีบ้างประปรายแบบน้อยมากจริง ๆ และช่วงเวลาเหล่านั้นก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าที่เราได้เห็นในตัวอย่างเลย คือในตัวอย่างแทบจะเป็นทั้งหมดของหนังแล้วแหละบทสรุปของหนังก็รวดเร็ว รวบรัด ตัดตอนมาก มันควรจะเป็นซีนเรียกน้ำตาได้ด้วยซ้ำ มันน่าจะขยี้ได้มากกว่านี้ ส่วนซับพล็อตอื่น ๆ ของหนังไม่ว่าจะเป็นผลพวงจากสงคราม ปัญหาครอบครัว ก็แค่มาแบบแตะ ๆ เบาบางไม่ต่างกันสักเท่าไหร่เลย ถึงแม้มันจะไม่ใช่หนังสัตว์เรียกน้ำตาเหมือนที่เราคุ้นเคย แต่การแสดงของหมาและ Tatum ก็ดูธรรมชาติอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะหมาในเรื่องนี้แสดงได้เก่งเลยแหละ ดูไปก็คิดนะว่าฉากนี้ให้หมาทำแบบนี้ได้ยังไงนะ ฉากนั้นสอนยังไงนะ เพียงแต่น่าเสียดายในเรื่องบทความสัมพันธ์ของทั้งคู่และความดราม่าที่ควรขยี้ได้มากกว่านี้ มันเลยกลายเป็นหนังที่ไม่ได้แย่ แค่ดูได้แบบเพลิน ๆ ไม่คิดอะไรไปติดตามชม หนังใหม่ netflix หนังต่างประเทศ ซีรีย์ฝรั่ง 2021

Death on the Nile – ฆาตกรรมบนลำน้ำไนล์

ประเภท :ภาพยนตร์ลึกลับ/อาชญากรรม

ผู้กำกับ :เคนเนธ บรานาห์

นักแสดง :เคนเนธ บรานาห์   อาร์มี แฮมเมอร์   กัล กาด็อท

วันที่ฉาย : 10 กุมภาพันธ์ 2565

ความยาว : 2 ชม. 7 นาที

ในหนังเรื่องนี้มีชื่อว่าฆาตกรรมบนลำน้ำไนล์ หนังดัดแปลงจากนิยายของ Agatha Christie ภาคต่อของ Murder on the Orient Express (2017) – ฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส กับการสืบสวนคดีของ Hercule Poirot ที่ในคราวนี้ได้เกิดเหตุฆาตกรรมบนเรือสำราญกลางแม่น้ำไนล์ที่อียิปต์ในทริปฮันนีมูนสุดหรู ในภาคนี้ยังคงสไตล์การเล่าและดำเนินเรื่องแบบหนังสือสวน Whodunit แบบคลาสสิคเหมือน Murder on the Orient Express มาแบบเป๊ะ ๆ เลย คือเริ่มด้วยการพาไปแนะนำตัวละครต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับคดี พาร์ทสืบสวนที่เรียกแต่ละคนมาคุย สอบสวน ปั่นหัว จับผิด และพาร์ทคลี่คลายกับการเรียกทุกคนมารวมและเผยปมฆาตกรรมในครั้งนี้ นี่คือข้อดี จุดเด่น อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เมื่อคนไปดูเรื่องนี้จะได้รู้ว่าต้องพบกับอะไร และสิ่งสำคัญอย่างนึงคือแทบจะทุกประโยคที่ออกมาจากปากตัวละครล้วนแล้วแต่เป็นเบาะแสในการสืบคดีทั้งสิ้น แต่ในเรื่องนี้เหมือนจะใช้เวลาปูเรื่องพาไปรู้จักแนะนำตัวละครค่อนข้างนานกว่าภาคแรกมาก ๆ แต่มันก็มีข้อดี เพราะเราได้มีเวลารู้จักแต่ละตัวละครมากขึ้น พอถึงพาร์ทสืบสวนและคลี่คลายคดีเราก็จะได้ร่วมเข้าใจและจับผิดตัวละครไปพร้อมกับนักสืบ Poirot นักแสดงแต่ละคนก็มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน จดจำได้ง่าย และขอบอกเลยว่า Gal Gadot ในเรื่องนี้โคตรสวย แค่ฉากเปิดเรื่องก็ตราตรึงแล้ว ที่สำคัญหนังยังมีการพาเราไปรู้จักกับตัวละครนักสืบ Poirot มากขึ้นอีกด้วยโดยส่วนตัวคิดว่าคดีในเรื่องนี้ค่อนน่าติดตามมากกว่าคดีในเรื่องแรก สับขา ปั่นหัวคนดูอย่างเราอยู่บ่อยครั้ง และยังคงให้คนดูได้เดาตัวฆาตกรตามแบบฉบังหนังแนวนี้อยู่เรื่อย ๆ แต่มันมีความบังเอิญของหลายเหตุการณ์มากเกินไปที่มันส่งผลต่อคดีนี้ไปติดตามชม

Cube – กล่องเกมมรณะ

ประเภท : กระตุกขวัญ   สยองขวัญ

ผู้กำกับ :ยาสุฮิโกะ ชิมิซุ

นักแสดง :มาซากิ ซูดะ   โอคาดะ มาซากิ   เอโมโตะ

วันที่ฉาย : 20 มกราคม 2565

ความยาว : 1 ชม. 48 นาที

ในเรื่องนี้คือหนังที่ดัดแปลงมาจากหนังชื่อเดียวกันในปี 1997 บอกเล่าเรื่องราวถึงกลุ่มคนที่ตื่นขึ้นมาติดอยู่ในกล่องลูกบาศก์ พวกเขาต้องหาทางออกจากที่แห่งนี้โดยใช้ประตูใดก็ได้ที่มีอยู่ในทุกด้านไปยังลูกบาศก์ต่อไปจนกว่าจะเจอทางออก แต่ต้องเลือกให้ถูก เพราะถ้าเลือกผิด หลังประตูบานนั้นจะเป็นกับดักมรณะที่จะคร่าชีวิตคนในทันที ซึ่งในฉบับใหม่นี้ยังคงคอนเซ็ปท์ โครงเรื่อง เอาไว้เหมือนเดิม แต่มีรายละเอียดการดำเนินเรื่องและวิธีการที่แตกต่างกันออกไปแต่ด้วยความต่างนั่นกลับทำได้ไม่ถึงจุดไม่น่าสนใจ เข้าขั้นธรรมดาจนเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ออกได้เลยในทันที หนังไปเน้นความดราม่า ภูมิหลังตัวละคร พยายามใส่ปมเข้ามาที่ไม่ได้รู้สึกอินเลยสักนิด เยอะไปจนน่ารำคาญ มิหนำซ้ำตัวละครแต่ละตัวยังน่ารำคาญจนไม่อยากเอาใจช่วยใครเลย ทางด้านของความโหดของแต่ละห้องก็ทำได้ไม่ถึงขั้น ไอ้ฉากเปิดในตำนานของต้นฉบับก็กลับลดทอนให้ดูเบาลง น่ากลัวน้อยลง สยองน้อยลง อย่างน่าเสียดาย นักแสดงแต่ละคนก็ทำหน้าที่ได้ดีตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น เพียงแต่ว่าบทมันไม่เอื้ออำนวยให้พวกเขาสามารถแบกหนังได้เท่านั้น แต้ต้องชมงานสร้างว่าทำได้ดี จากภาคต้นฉบับที่ดูเป็นหนังทุนต่ำ ในฉบับนี้ยกระดับขึ้นมาได้ดูดีขึ้นเยอะสรุปแล้ว Cube ในฉบับนี้มันเหมือนจะดีนะ คือมันเปิดเรื่องมาดูดีดูน่าสนใจ ถ้ามันเน้นการเอาชีวิตรอด การแก้ปริศนามากกว่านี้ แต่หนังดันไปใส่น้ำหนักความดราม่า ปมตัวละคร ยิ่งช่วงท้ายยิ่งรู้สึกน่าเบื่อน่ารำคาญเลยแหละ ไม่ใช่ว่าหนังมันไม่ดีนะ เพียงแต่ว่ามันเป็นหนังรีเมกที่ไม่ค่อยน่าชื่นชมเท่าไหร่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปติดตามชม

House of Gucci – เฮาส์ ออฟ กุชชี่

ประเภท : ชีวิต/อาชญากรรม

ผู้กำกับ : ริดลีย์ สก็อตต์

นักแสดง : จาเรด เลโท   Lady Gaga   อดัม ไดรเวอร์

วันที่ฉาย : 20 มกราคม 2565

ความยาว : 2 ชม. 38 นาที

ในเรื่องHouse of Gucciเป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริงของโศกนาฏกรรมสุดอื้อฉาวของ Mauizio Gucci ที่โดนอดีตภรรยาอย่าง Patrizia Reggiani สั่งคนให้ไปฆ่าจากไฟแค้นในตัวเธอ โดยพล็อตเรื่องของหนังก่อนที่เราจะได้ไปถึงจุดนั้น เราจะได้เห็นความบาดหมางและการแก่งยิ่งชิงสมบัติของตระกูล Gucci ความรัก และบทสรุปของโศกนาฏกรรม ซึ่งบอกตามตรงว่าเราก็คงไม่ได้ประโยชน์หรือเรียนรู้อะไรเท่าไหร่จากหนังเรื่องนี้ เหมือนไปตามเจือกชีวิตตระกูลนี้เสียมากกว่า หนังเป็นผลงานการกำกับของ Ridley Scott ที่บอกตามตรงว่าก็ไม่ใช่ทุกเรื่องของเฮียแกที่จะปัง และเรื่องนี้ก็เหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น ตัวหนังถูกเล่าเรื่องออกมาได้ราบเรียบและธรรมดา เข้าขั้นน่าเบื่อได้เลย มันยืดยาด เนิบนาบ ไม่มีอะไรดึงดูดใจ มันดูง่าย สิ่งเดียวที่พอจะทำให้อยากติดตามอยู่บ้างคือนักแสดงนี่แหละซึ่งนักแสดงในเรื่องนี้ต้องบอกว่าเล่นใหญ่มาก ใหญ่แบบใหญ่เบอร์ละครเวทีเลย ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ มันกลายเป็นดี เพราะมันช่วงฉุดความน่าเบื่อของตัวหนังด้วยการแสดงของพวกเขานี่แหละ ทั้ง Adam Driver, Al Pacino, Jeremy Irons, Lady Gaga แต่ที่อึ้งและทึ่งคือการแสดงของ Jared Leto ที่แปลงโฉมเสียจำไม่ได้ และก็เล่นเวอร์วังได้เวอร์จริง ๆ คือถ้าไม่รู้รายชื่อนักแสดงมาก่อนนี่นึกไม่ออกเลยว่าเอาใครมาแสดงเนี่ย น่าชื่นชมเขาจริง ๆ พอพูดถึง Gucci ก็คงจะคาดหวังว่าเราจะได้เห็นแฟชั่นของแต่ละตัวละครที่สวมแบรนด์นี้บ้าง มันก็มีนะ แต่นำเสนอออกมาได้แบบ เหมือนโฆษณาแฝงอะ ไม่ได้โดดเด่น ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้ว้าวทึ่งในคอสตูมสักฉากเลย เข้าใจแหละหนังไม่ได้โฟกัส แต่ความเป็น Gucci ทั้งที น่าจะพวกนี้มาเยอะกว่านี้หน่อยเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นไปติดตาม

Scream – หวีดสุดขีด

ประเภท : สยองขวัญ/กระตุกขวัญ

ผู้กำกับ : แมตต์ เบตติเนลลี-โอลพิน, ไทเลอร์ กิลเล็ตต์

นักแสดง : Jenna Ortega   คอร์ตนีย์ ค็อกซ์   Mikey Madison

วันที่ฉาย : 20 มกราคม 2565

ความยาว : 1 ชม. 54 นาที

ในหนังเรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่าScreamหรือชื่อไทยว่าหวีดสุดขีดภาคนี้ไม่ใช่การรีบูทแต่อย่างใดจากการที่หายไปเป็น 10 ปี แต่ในภาคนี้จะเป็นเนื้อเรื่องต่อจากเดิมเนื้อเรื่องตอนเก่าเนื้อเรื่องภาคก่อนถ้าจะเล่าแบบฉบับบย่อๆได้ใจความก็คือ หญิงสาวตัวเล็กๆ Sidney Prescott รับบทโดย Neve Campbell ซึ่งเธอเป็นตัวเอกในหนังเรื่องนี้เลย ไม่ว่าเธอจะไปไหนก็ต้องมีคนตาย โดยจะมีตัวละครอีก 2 ตัวที่ตามติดชีวิตเธอมาตลอดคือ Gale Weathers เป็นนักข่าวสาวที่ติดตามชีวิตของ Sidney , Dewey Riley เป็นนายตำรวจที่จะคอยช่วยเหลือหญิงสาวทั้ง 2 มาโดยตลอด โดยในตัวอย่างที่ออกมาก็ยังคงมีเสียงโทรศัพท์และหญิงสาวน่ารัก แต่การโทรมาของฆาตกรสุดโหดนี้ได้มีการดัดแปลงมีทั้งแฮ็กเข้าอินเตอร์เน็ตที่สามารถสั่งประตูเปิดและปิดได้ ยังมีแชทที่ทักมาในโทรศัพท์ส่วนตัวอีก อาจจะมีบางอย่างปรับเพื่อยุคสมัยตามปกติ แต่ที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยคือเธอคนนี้ Sidney ที่ได้รับสายจาก ตำรวจค่อนข้างมีอายุแล้วเพราะผ่านมาหลายภาค Dewey โทรไปบอกกับทาง Sidney ว่า “มันกลับมาแล้วและก่อเหตุไปแล้วถึง 3 ครั้ง”โดยหนังภาคนี้มีการเชื่อมโยงกันของเหยื่อและฆาตกรของแต่ละภาคที่ผ่านมาอีกด้วย ส่วนเรื่องนี้จะจบยังไงและเหยื่อแต่ละคนเป็นใครกันบ้างและฆาตกรที่สืบถอดกันต่อมาจะเป็นใครไปติดตามเรื่องราวความสยองน่าตื่นเต้นกันได้ในเรื่อง

Ghost Mansion – โกสต์ แมนชั่น

ประเภท : สยองขวัญ

ผู้กำกับ : โจบารึน

นักแสดง : ซองจุน   คิมฮงฟา   คิมโบรา

วันที่ฉาย : 06/01/22.

ความยาว : 1 ชั่วโมง 40 นาที

ในหนังเรื่องGhost Mansionคือหนังผีจากเกาหลีที่บอกเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นนักเขียนเว็บตูนแนวผี ๆ จนเจ้าตัวได้ยินเรื่องราวความเฮี้ยนของ ควังลิมแมนชั่น จึงได้เดินทางมาถึงที่เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวความสยองที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้เพื่อจะได้นำมันไปเป็นไอเดียในการเขียนการ์ตูนของเขา และนั่นมันนำพาให้เขาต้องเผชิญเรื่องสยองเสียเองวิธีการเล่าของหนังเรื่องนี้จะถูกบอกเล่าเหมือนเป็นเรื่องผีสั้น ๆ โดยแต่ละเรื่องจะมีความข้องเกี่ยวกันในช่วงเวลา ผู้คนและสถานที่ที่เกิดขึ้นในควังลิมแมนชั่น ซึ่งแต่ละเรื่องก็ต้องบอกเลยว่าสยองและหลอนใช่เล่น มีผีวิธีการเล่าแตกต่างกันหลายรูปแบบ บางเรื่องนี่เนื้อหา จังหวะเล่าดีมากจนอยากดูต่อ บางเรื่องก็เฉย ๆ แต่ภาพรวมก็เพลินและน่ากลัวอยู่นะ แอบน่าเสียดายที่ตัวหนังโดนตัดออกซะเยอะเหมือนกัน เพราะหลายซีน หลายตัวละครในตัวอย่างเราก็ไม่ได้เห็นเรื่องราวของคนเหล่านั้นเลย ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมถึงถูกตัดออกด้วย คือมันอยากดูต่อเลยว่าแต่ละเรื่องมันเป็นยังไง ถ้าเล่าเรื่องผีแบบเกิดขึ้นแต่ละห้องไปเลย ทำออกมาเป็นซีรีส์ก็น่าจะสนุกน่าติดตามนะพูดถึงหนังผีหลายคนคงสงสัยว่ามีฉาก Jump Scare หรือพวกฉากน่าตกใจเยอะเยอะแบบมีแทบทุกตอนที่เจอผีเรื่องราวความน่าสยองขวัญและน่าเต้นและจะมีเหตุการณ์ที่น่าตกใจอะไรเกิดขึ้นบ้างเชิญไปติดตามรับชมในเรื่องที่มีชื่อว่าโกสต์ แมนชั่น

Ghost Mansion – โกสต์ แมนชั่น

ประเภท : สยองขวัญ

ผู้กำกับ : โจบารึน

นักแสดง : ซองจุน   คิมฮงฟา   คิมโบรา

วันที่ฉาย : 06/01/22.

ความยาว : 1 ชั่วโมง 40 นาที

ในหนังเรื่องGhost Mansionคือหนังผีจากเกาหลีที่บอกเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นนักเขียนเว็บตูนแนวผี ๆ จนเจ้าตัวได้ยินเรื่องราวความเฮี้ยนของ ควังลิมแมนชั่น จึงได้เดินทางมาถึงที่เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวความสยองที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้เพื่อจะได้นำมันไปเป็นไอเดียในการเขียนการ์ตูนของเขา และนั่นมันนำพาให้เขาต้องเผชิญเรื่องสยองเสียเองวิธีการเล่าของหนังเรื่องนี้จะถูกบอกเล่าเหมือนเป็นเรื่องผีสั้น ๆ โดยแต่ละเรื่องจะมีความข้องเกี่ยวกันในช่วงเวลา ผู้คนและสถานที่ที่เกิดขึ้นในควังลิมแมนชั่น ซึ่งแต่ละเรื่องก็ต้องบอกเลยว่าสยองและหลอนใช่เล่น มีผีวิธีการเล่าแตกต่างกันหลายรูปแบบ บางเรื่องนี่เนื้อหา จังหวะเล่าดีมากจนอยากดูต่อ บางเรื่องก็เฉย ๆ แต่ภาพรวมก็เพลินและน่ากลัวอยู่นะ แอบน่าเสียดายที่ตัวหนังโดนตัดออกซะเยอะเหมือนกัน เพราะหลายซีน หลายตัวละครในตัวอย่างเราก็ไม่ได้เห็นเรื่องราวของคนเหล่านั้นเลย ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมถึงถูกตัดออกด้วย คือมันอยากดูต่อเลยว่าแต่ละเรื่องมันเป็นยังไง ถ้าเล่าเรื่องผีแบบเกิดขึ้นแต่ละห้องไปเลย ทำออกมาเป็นซีรีส์ก็น่าจะสนุกน่าติดตามนะพูดถึงหนังผีหลายคนคงสงสัยว่ามีฉาก Jump Scare หรือพวกฉากน่าตกใจเยอะเยอะแบบมีแทบทุกตอนที่เจอผีเรื่องราวความน่าสยองขวัญและน่าเต้นและจะมีเหตุการณ์ที่น่าตกใจอะไรเกิดขึ้นบ้างเชิญไปติดตามรับชมในเรื่องที่มีชื่อว่าโกสต์ แมนชั่น

CODA – หัวใจไม่ไร้เสียง

ประเภท : ชีวิต/มิวสิคัล

ผู้กำกับ : เซียน เฮเดอร์

นักแสดง : เอมิเลีย โจนส์   มาร์ลี แมทลิน   ทรอย คอตเซอร์

วันที่ฉาย : 13 สิงหาคม 2564

ความยาว : 1 ชม. 51 นาที

ในหนังเรื่อง CODA หรือชื่อไทยว่า หัวใจไม่ไร้เสียง รูบี้ รอสซี่ (เอมิเลีย โจนส์) เด็กสาวมัธยมธรรมดาๆ ที่โตมาในครอบครัวที่ พ่อแม่และพี่ชายหูหนวก ทุกวันของเธอเริ่มตอนตี 3 เธอต้องรีบตื่นแต่เช้ามืดแล้วไปทำหน้าที่เป็นกลาสีบนดาดฟ้าของเรือหาปลาของครอบครัวร่วมกับพี่ชาย ลีโอ (แดเนียล ดูแรนต์) ผู้ที่หูหนวกเช่นเดียวกับพ่อแม่ รูบี้ยังทำหน้าที่เป็นล่ามประจำครอบครัว และยังคอยปกป้อง แฟรงค์ ผู้เป็นพ่อ (ทรอย คอตเซอร์) และแจ็คกี้ ผู้เป็นแม่ (มาร์ลี แมตลิน นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์) ความสุขหนึ่งเดียวที่ช่วยปลดปล่อยเธอจากทุกอย่าง นั่นคือการได้ร้องเพลงบนดาดฟ้าเรือแบบสุดเสียง ด้วยความหวังว่าจะได้ใกล้ชิดกับ ไมลส์ (เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล) ชายหนุ่มที่เธอชื่นชอบ รูบี้ จึงสมัครเข้าร่วมวงร้องประสานเสียง ก่อนพบว่าเธอเข้ากันได้ดีกับครูสอนวิชาดนตรีอย่าง เบอร์นาโด วิลลาโลโบส (ยูจินีโอ เดอร์เบซ) ผู้ที่ เจอความสามารถที่แฝงอยู่ของ รูบี้ เขาจึงต้องการช่วยให้เธอได้แสดงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยการขอทุนจากสถาบันดนตรีเบิร์กลี่ย์ให้แต่ด้วยความกลัวในอนาคต และความลังเลในโอกาสที่ได้รับ อีกทั้งครอบครัวกำลังประสบปัญหาทางการเงิน รูบี้ต้องตัดสินใจว่า จะเดินตามความฝันของตัวเอง หรืออยู่เติมเต็มครอบครัวของเธอในโลกที่ไร้เสียงเรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้างและจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างไปติดตามรับชมและลุ้นกันพร้อมๆกันในเรื่อง

The Grandmaster

ประเภท : แอคชั่น/ชีวิต

ผู้กำกับ : หว่อง ก๊า ไหว่

นักแสดง : เหลียง เฉาเหว่ย; จาง จื่ออี๋; จาง เจิ้น; ซอง เฮเคียว

วันที่ฉาย : 7 มีนาคม 2556

ความยาว : 2 ชม. 10 นาที

ภาพยนตร์เรื่อง The Grandmaster เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของยิปมัน ปรมาจารย์มวยกังฟูแบบหย่งชุน และเป็นอาจารย์ของบรูซ ลี เขียนบทและกำกับโดยหว่อง คาไว และมีความยาวถึง 2 ชั่วโมง 10 นาทีเลยทีเดียวโดยได้เล่าเรื่องราวฝ่อซาน ในปี ค.ศ. 1936 ยิปมัน ในวัย 40 ปี ในฐานะตัวแทนของกังฟูแดนใต้ ได้ประลองฝีมือกับสุดยอดกังฟูแดนเหนือ โดย อาจารย์กง ผู้เป็นปรมาจารย์ของ 64 ฝ่ามือสกุลกง ยิปมันสามารถเอาชนะได้ด้วยการหักชิ้นแป้งในมือของอาจารย์กง อาจารย์กงมีบุตรสาวเพียงคนเดียว คือ คุณหนูกง หรือกงเอ๋อ ผู้ซึ่งสืบทอดวิชา 64 ฝ่ามือสกุลกง กงเอ๋อ และยิปมันได้ประลองกันในหอทองคำ ซึ่งเป็นโรงน้ำชามีชื่อของฝ่อซาน ทั้งคู่ไม่อาจรู้แพ้ชนะกันได้จนกระทั่งสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง อุบัติขึ้น กองทัพญี่ปุ่นได้บุกยึดฝ่อซาน ท่ามกลางความแร้นแค้น บุตรชายหญิงของยิปมันก็ได้ถึงแก่กรรมลง ในระหว่างนี้ หม่าชัน ศิษย์เอกของอาจารย์กง ได้ทรยศด้วยการสังหารอาจารย์กง แล้วไปสวามิภักดิ์ต่อญี่ปุ่น กงเอ๋อสาบานว่าจะแก้แค้นให้ผู้เป็นพ่อ ด้วยการไม่แต่งงาน และฝึกฝนวิชา 64 ฝ่ามือสกุลกงจนกระทั่งหลังสงคราม ในปี ค.ศ. 1950 ยิปมันได้จากฝ่อซานไปอย่างไม่หวนกลับมาอีก โดยการไปบุกเบิกโรงเรียนสอนหย่งชุนที่ฮ่องกง ที่นั่นยิปมันได้พบกับกงเอ๋ออีกครั้ง ในคืนวันตรุษจีนของปี ค.ศ. 1940 กงเอ๋อได้ประลองกับหม่าชัน และล้างแค้นให้พ่อของตนได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ร่างกายที่บาดเจ็บของเธอทำให้เธอมิอาจฝึกกังฟูได้อีก และต้องใช้ฝิ่นบำบัดอาการเจ็บปวด ไม่นานก็เสียชีวิตลง พร้อมกับมอบของที่ระลึกของตนพร้อมกับความในใจให้แก่ยิปมัน และเรื่องราวจะจบลงอย่างไรโปรดติดตาม หนังใหม่ หนังน่าดู netflix หนังต่างประเทศ ซีรีย์ฝรั่ง 2021

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Back To Top