ai generated 126

ไขปม Wolverine ใน Deadpool 3 ที่คุณอาจไม่รู้

การกลับมาของ Hugh Jackman ในบทบาท Wolverine อีกครั้งใน Deadpool & Wolverine ไม่ใช่แค่การหวนคืนสู่จอเงินของตัวละครอันเป็นที่รัก แต่เป็นการเปิดประตูสู่มิติใหม่ของจักรวาลภาพยนตร์ Marvel การปรากฏตัวของเขาในครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาและความหมายแฝงที่เชื่อมโยงกับทฤษฎีพหุภพ (Multiverse) อย่างลึกซึ้ง บทความนี้จะทำการวิเคราะห์และไขทุกปมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง Wolverine ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ตั้งแต่ตัวตนของเขาในฐานะตัวแปร (Variant) ไปจนถึงเบื้องหลังความขัดแย้งกับ Deadpool และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อาจพลิกความเข้าใจของผู้ชมไปตลอดกาล

ประเด็นสำคัญในบทความนี้

  • ตัวตนใหม่ของ Wolverine: Wolverine ที่ปรากฏใน Deadpool & Wolverine เป็นตัวแปร (Variant) จากจักรวาลอื่น ไม่ใช่โลแกนคนเดิมที่ผู้ชมคุ้นเคยจากจักรวาล X-Men ของ Fox ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการตีความพื้นหลังและชะตากรรมของเขาใหม่ทั้งหมด
  • ความล่มสลายของโลก: เนื้อเรื่องได้อ้างอิงถึงโศกนาฏกรรมในอดีตของ Wolverine ที่ปล่อยให้โลกและพวกพ้อง X-Men ของเขาล่มสลาย ซึ่งเป็นปมในใจที่ขับเคลื่อนการกระทำและทัศนคติอันแสนเย็นชาของเขาในภาพยนตร์
  • พลวัตแห่งความขัดแย้ง: ความสัมพันธ์ระหว่าง Wolverine และ Deadpool คือหัวใจหลักของเรื่อง โดยมีพื้นฐานมาจากความหงุดหงิดรำคาญของ Wolverine ที่ต้องมารับมือกับความปั่นป่วนของ Deadpool สร้างเคมีที่ทั้งตึงเครียดและตลกขบขัน
  • การอ้างอิงจากคอมิกส์และอีสเตอร์เอ้ก: ภาพยนตร์เต็มไปด้วยการอ้างอิงถึงตัวละครและเหตุการณ์จากฉบับคอมิกส์ เช่น Old Man Logan และการปรากฏตัวของ Wolverine ตัวแปรอื่นๆ ใน The Void ซึ่งเป็นสวรรค์ของแฟนพันธุ์แท้

ภาพรวมและความรู้สึกแรก

ไขปม Wolverine ใน Deadpool 3 ที่คุณอาจไม่รู้ - wolverine-in-deadpool-3-secrets

Deadpool & Wolverine ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่แฟนๆ รอคอย การเผชิญหน้ากันของสองขั้วตรงข้ามระหว่าง Wade Wilson ผู้ทำลายกำแพงที่สี่ และ James “Logan” Howlett ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจ็บปวดและโศกนาฏกรรม ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับจักรวาล Marvel ความรู้สึกแรกหลังได้ชมคือความโกลาหลที่ถูกร้อยเรียงอย่างมีศิลปะ เป็นภาพยนตร์ที่กล้าจะแตกต่าง แหกทุกกฎเกณฑ์ที่เคยมีมา แต่ในขณะเดียวกันก็เคารพต่อต้นฉบับและตัวละครอย่างสุดซึ้ง มันคือการเฉลิมฉลองมรดกของ X-Men จากค่าย Fox พร้อมกับการปูทางไปสู่สิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าใน MCU เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความตลกเสียดสี ความรุนแรงระดับเรต R และแก่นแท้ของดราม่าที่สะเทือนอารมณ์

บทวิจารณ์เชิงลึก

เบื้องหลังความวุ่นวายและมุกตลกไม่หยุดหย่อน ภาพยนตร์เรื่องนี้ซ่อนการวิเคราะห์ตัวละครที่ลึกซึ้งเอาไว้ โดยเฉพาะการเจาะลึกเข้าไปในจิตใจของ Wolverine ในเวอร์ชันที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

โครงเรื่องและบท (Script & Plot)

หัวใจของโครงเรื่องคือแนวคิดเรื่อง “ตัวแปร” (Variant) จากพหุภพ ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างชาญฉลาดเพื่อแก้ปัญหาการกลับมาของ Wolverine หลังจากการปิดฉากอย่างสมบูรณ์ในภาพยนตร์ Logan (2017) บทภาพยนตร์ได้สร้าง Wolverine คนใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นผู้ที่ล้มเหลวในการปกป้องจักรวาลของตนเอง ทำให้โลกของเขาล่มสลายและพวกพ้อง X-Men ต้องตายจากไปทั้งหมด ปมด้อยนี้กลายเป็นภาระหนักอึ้งที่เขายอมแบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว

การเข้ามาของ Deadpool ที่พยายามชักชวน Wolverine มาร่วมภารกิจกอบกู้จักรวาลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันเปรียบเสมือนการไปตอกย้ำบาดแผลเก่าของเขา ประโยคที่ Deadpool พูดว่า “แกพูดแบบนี้เหรอตอนที่โลกของแกฉิบหาย” คือกุญแจสำคัญที่เผยให้เห็นความเจ็บปวดภายในของโลแกน บทภาพยนตร์จึงไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยภารกิจกู้โลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขับเคลื่อนด้วยการเดินทางภายในของตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวในอดีตของตนเอง นี่คือการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนและมีมิติมากกว่าที่คาดคิด

การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)

การแสดงของ Hugh Jackman ในบทบาท Wolverine ครั้งนี้คือการกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี เขาสลัดภาพลักษณ์ฮีโร่ผู้ทรนงออกไปจนหมดสิ้น และแทนที่ด้วยชายผู้เหนื่อยล้า สิ้นหวัง และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทุกการขยับตัว ทุกแววตา สะท้อนให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่สั่งสมมานานหลายปี Jackman ได้เผยให้เห็นด้านที่เปราะบางที่สุดของโลแกน ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยากอยู่ให้ห่างจาก Deadpool เป็นล้านไมล์ หรืออยากจะชกหน้าอีกฝ่ายตลอดเวลา

ในขณะเดียวกัน Ryan Reynolds ยังคงเป็น Deadpool ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ครั้งนี้บทบาทของเขาไม่ใช่แค่การสร้างความปั่นป่วน แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นที่คอยกระทุ้งให้ Wolverine ก้าวข้ามความเจ็บปวดของตัวเอง เคมีระหว่างนักแสดงทั้งสองคือจุดแข็งที่สุดของภาพยนตร์ มันคือการปะทะกันของพลังงานที่แตกต่าง แต่กลับเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความสัมพันธ์แบบ “คู่กัด” ของพวกเขาไม่ได้มีไว้แค่สร้างเสียงหัวเราะ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เรื่องราวมีน้ำหนักและน่าติดตาม

งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)

งานสร้างของ Deadpool & Wolverine มีความโดดเด่นในการออกแบบฉากและเครื่องแต่งกาย โดยเฉพาะการเปิดตัวชุดคลาสสิกสีเหลือง-น้ำเงินของ Wolverine ซึ่งเป็นการเคารพต้นฉบับคอมิกส์ที่แฟนๆ รอคอยมานานกว่าสองทศวรรษ การออกแบบฉาก “The Void” ซึ่งเป็นดินแดนที่ตัวแปรจากไทม์ไลน์ต่างๆ ถูกกำจัดทิ้ง ก็ทำได้อย่างน่าทึ่ง มันเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของจักรวาลที่ล่มสลาย และยังเป็นพื้นที่สำหรับใส่อีสเตอร์เอ้กจำนวนมหาศาล

ฉากที่ Deadpool ค้นหา Wolverine ที่เหมาะสมเพื่อมาทำภารกิจ กลายเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สร้างได้ใส่ตัวละคร Wolverine ในเวอร์ชันต่างๆ จากคอมิกส์เข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึง “Old Man Logan” ผ่านป้ายโฆษณา หรือการปรากฏตัวของ Deadpool Corps ที่เป็นการรวมตัวของ Deadpool จากหลากหลายจักรวาล สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความรักที่ทีมงานมีต่อจักรวาล Marvel อย่างแท้จริง

ฉากเด่นที่น่าจดจำ

หนึ่งในฉากที่ทรงพลังและน่าจดจำที่สุด คือฉากการเผชิญหน้ากันครั้งแรกระหว่าง Deadpool และ Wolverine ใน The Void ท่ามกลางซากยาน Helicarrier และเศษซากของจักรวาลต่างๆ Deadpool ได้พยายามโน้มน้าว Wolverine ผู้สิ้นหวังให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือความเฉยชาและคำปฏิเสธอย่างเย็นชา

“โลกของฉันมันจบไปแล้ว… ไม่มีอะไรให้สู้อีกต่อไป”

คำพูดของ Wolverine เต็มไปด้วยความว่างเปล่า แต่ Deadpool กลับสวนกลับด้วยความจริงที่โหดร้าย โดยชี้ไปยังซากปรักหักพังรอบตัว “นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อฮีโร่ยอมแพ้” ฉากนี้ไม่ได้มีแค่บทสนทนาที่คมคาย แต่ยังแฝงนัยยะสำคัญถึงความรับผิดชอบของการมีพลัง และผลกระทบของการเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย มันเป็นช่วงเวลาที่เผยให้เห็นแก่นแท้ของตัวละครทั้งสอง Deadpool ผู้ซ่อนความเจ็บปวดไว้ใต้หน้ากากแห่งความตลกขบขัน และ Wolverine ผู้จมอยู่กับความผิดพลาดในอดีตจนไม่กล้าที่จะมีความหวังอีกครั้ง

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

  • สิ่งที่ชอบ:
    • การตีความตัวละคร Wolverine ในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งและเปราะบางกว่าเดิม
    • เคมีที่เข้ากันอย่างเหลือเชื่อระหว่าง Ryan Reynolds และ Hugh Jackman
    • การเคารพต้นฉบับคอมิกส์ผ่านชุดคลาสสิกและอีสเตอร์เอ้กมากมาย
    • การใช้ทฤษฎีพหุภพอย่างสร้างสรรค์เพื่อเล่าเรื่องราวที่คาดเดาไม่ได้
  • สิ่งที่ไม่ชอบ:
    • เนื้อเรื่องอาจซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้ชมที่ไม่ได้ติดตามจักรวาล Marvel มาอย่างต่อเนื่อง
    • มุกตลกบางส่วนอาจถี่เกินไปจนบดบังช่วงเวลาที่ควรจะจริงจัง

ตารางสรุปการวิเคราะห์ภาพยนตร์ Deadpool & Wolverine
องค์ประกอบ การวิเคราะห์ คะแนน
โครงเรื่องและบท ใช้แนวคิดพหุภพได้อย่างชาญฉลาดในการสำรวจตัวละคร Wolverine ในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยโศกนาฏกรรม แม้จะซับซ้อนไปบ้าง แต่ก็คุ้มค่ากับการติดตาม 9/10
การแสดงและตัวละคร เคมีระหว่าง Hugh Jackman และ Ryan Reynolds คือหัวใจหลักที่ขับเคลื่อนภาพยนตร์ การแสดงที่ทรงพลังของ Jackman ทำให้ Wolverine เวอร์ชันนี้เป็นที่น่าจดจำ 10/10
งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ การออกแบบฉาก The Void และชุดคลาสสิกของ Wolverine ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยรายละเอียดที่เอาใจแฟนพันธุ์แท้ และสร้างโลกที่น่าเชื่อถือ 9/10
ความบันเทิงและปรัชญา เป็นภาพยนตร์ที่มอบความบันเทิงครบรส ทั้งแอ็คชั่น ตลก และดราม่า พร้อมทั้งตั้งคำถามเกี่ยวกับความล้มเหลว การไถ่บาป และโอกาสครั้งที่สอง 9/10

บทสรุปและคะแนน

Deadpool & Wolverine คือบทพิสูจน์ว่าภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ยังสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้เสมอ มันคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะ และน้ำตา การไขปม Wolverine ใน Deadpool 3 ที่คุณอาจไม่รู้ ได้เผยให้เห็นว่าเบื้องหลังกรงเล็บอะดาแมนเทียมและพลังในการฟื้นฟูร่างกาย คือจิตใจที่แตกสลายซึ่งกำลังมองหาเหตุผลที่จะสู้อีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การรวมตัวของสองตัวละครดัง แต่เป็นการสำรวจธีมของความล้มเหลว การไถ่บาป และมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นในที่ที่ไม่น่าเป็นไปได้มากที่สุด มันคือจดหมายรักถึงแฟนๆ และเป็นหมุดหมายสำคัญของจักรวาล Marvel ที่จะถูกจดจำไปอีกนาน

คะแนน

9/10

คำแนะนำ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ Marvel, ผู้ที่เติบโตมากับภาพยนตร์ X-Men ของค่าย Fox และผู้ชมที่ชื่นชอบภาพยนตร์แอ็คชั่นตลกเสียดสีที่มีเนื้อหาลึกซึ้งซ่อนอยู่ หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่ทั้งบันเทิงและกระตุ้นความคิดไปพร้อมกัน Deadpool & Wolverine คือคำตอบที่ไม่ควรพลาด

หากการไถ่บาปหมายถึงการสูญเสียตัวตนเดิมไปทั้งหมด การเปลี่ยนแปลงนั้นยังคงมีความหมายอยู่หรือไม่?

บทความรีวิวมาใหม่