Blade ฉบับ MCU อาถรรพ์ไม่จบสิ้น ผู้กำกับถอนตัวอีก!

สารบัญรีวิว

ข่าวการถอนตัวของผู้กำกับคนที่สอง Yann Demange จากโปรเจกต์ Daywalker ได้ตอกย้ำสถานะของ Blade ฉบับ MCU อาถรรพ์ไม่จบสิ้น ผู้กำกับถอนตัวอีก! ให้กลายเป็นมากกว่าแค่ปัญหาการสร้างภาพยนตร์ แต่เป็นมหากาพย์แห่งความไม่แน่นอนที่ดำเนินมาเกือบครึ่งทศวรรษ นี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคลากรเบื้องหลัง แต่คือภาพสะท้อนของการต่อสู้อย่างหนักหน่วงเพื่อค้นหาจิตวิญญาณของตัวละครที่ซับซ้อนที่สุดตัวหนึ่งในจักรวาล Marvel ให้สามารถดำรงอยู่ในโลกภาพยนตร์ที่เปลี่ยนไปได้

  • ความยุ่งเหยิงที่ไม่มีที่สิ้นสุด: การลาออกของ Yann Demange เป็นการยืนยันถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและวิสัยทัศน์ที่ยังคงกัดกินโปรเจกต์นี้อย่างต่อเนื่อง
  • Mahershala Ali คือความหวังเดียว: การที่นักแสดงนำ Mahershala Ali ยังคงยึดมั่นกับบทบาทนี้ เป็นเพียงแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ท่ามกลางความมืดมิดของการพัฒนาที่หยุดชะงัก
  • อนาคตที่ไม่แน่นอน: ภาพยนตร์ถูกเลื่อนฉายอย่างไม่มีกำหนดและถอดออกจากตารางปี 2025 ทำให้ชะตากรรมของนักล่าแวมไพร์ผู้นี้แขวนอยู่บนเส้นด้าย
  • การปะทะกันของวิสัยทัศน์: ปัญหาที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งพื้นฐานระหว่างธรรมชาติอันมืดมนและรุนแรงของ Blade กับภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างสดใสของจักรวาล MCU

ภาพรวมและความรู้สึกแรก

Blade ฉบับ MCU อาถรรพ์ไม่จบสิ้น ผู้กำกับถอนตัวอีก! - blade-mcu-director-leaves-again

การเฝ้ารอภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับการเฝ้ามองกระบวนการก่อร่างสร้างตัวของงานศิลปะชิ้นหนึ่ง แต่สำหรับ Blade ฉบับใหม่ของ Marvel Studios เรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำกลับน่าติดตามและซับซ้อนยิ่งกว่าพล็อตภาพยนตร์ใดๆ การเดินทางที่เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2019 ด้วยการปรากฏตัวของ Mahershala Ali บัดนี้ได้กลายเป็นตำนานแห่ง “production hell” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังซูเปอร์ฮีโร่ การถอนตัวของ Yann Demange ไม่ใช่แค่ข่าวร้าย แต่เป็นเหมือนเสียงสะท้อนจากห้วงลึกที่ถามว่า “ตัวตน” ที่แท้จริงของ Blade คืออะไร และมันจะสามารถคงอยู่ได้จริงหรือในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) ที่เรารู้จัก?

บทวิจารณ์เชิงลึก: การเดินทางในเงามืดของโปรเจกต์

การวิเคราะห์สถานการณ์ของ Blade ไม่สามารถมองเพียงผิวเผินว่าเป็นแค่ “ความล่าช้า” ได้ แต่มันคือการศึกษาเชิงกรณี (case study) ของการปะทะกันระหว่างเจตจำนงของศิลปิน วิสัยทัศน์ของสตูดิโอ และแก่นแท้ของตัวละครที่หยั่งรากลึกในความรุนแรงและความมืดมิด การเดินทางที่ยาวนานกว่า 6 ปีนี้เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงบทภาพยนตร์, การเปลี่ยนตัวผู้กำกับถึงสองครั้ง, และการหยุดชะงักจากการประท้วงของสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา (WGA) ทั้งหมดนี้ไม่ใช่โชคร้าย แต่เป็นอาการของโรคที่ใหญ่กว่า คือความไม่ลงรอยกันทางความคิดสร้างสรรค์ที่รุนแรง จนอาจนำไปสู่การล่มสลายของโปรเจกต์ที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอย

โครงเรื่องและบท (Script & Plot): จิตวิญญาณที่หลงทาง

แรกเริ่มเดิมที มีรายงานว่าบทภาพยนตร์ของ Blade จะเป็นหนังย้อนยุค (period piece) ซึ่งเป็นการตีความที่น่าสนใจอย่างยิ่ง การวางตำแหน่งของ Eric Brooks ในยุคสมัยอื่นเปิดโอกาสให้สำรวจประเด็นทางประวัติศาสตร์และสังคมผ่านเลนส์ของสิ่งเหนือธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง มันอาจเป็นเรื่องราวของการต่อสู้กับอคติทางเชื้อชาติที่ซ้อนทับกับการล่าแวมไพร์ หรือการสำรวจรากเหง้าของตำนานผีดูดเลือดในวัฒนธรรมต่างๆ ทว่า วิสัยทัศน์นี้ได้ถูกพับเก็บไป และมีการปรับเปลี่ยนบทภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้งเพื่อดึงเรื่องราวกลับมาสู่ยุคปัจจุบันของ MCU การเปลี่ยนแปลงนี้อาจดูสมเหตุสมผลในเชิงการตลาดเพื่อให้เชื่อมโยงกับจักรวาลหลักได้ง่ายขึ้น แต่ในเชิงปรัชญา มันคือการสูญเสียโอกาสในการสร้างมิติที่แตกต่างให้กับตัวละคร

การที่บทภาพยนตร์ถูกแก้ไขซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยนักเขียนหลายคน สะท้อนถึงความไม่แน่ใจของสตูดิโอว่าต้องการให้ Blade เป็นใครในจักรวาลนี้ เขาควรจะเป็นนักสู้ข้างถนนที่ดิบเถื่อน หรือเป็นฮีโร่ขัดเกลาที่พร้อมจะเข้าร่วมทีม Avengers? ความล้มเหลวในการหาจุดยืนที่ชัดเจนนี้ ทำให้บทภาพยนตร์กลายเป็นเพียงภาพร่างที่ไร้วิญญาณ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้กำกับหลายคนไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ มันคือการดิ้นรนเพื่อค้นหาตัวตน ไม่ใช่แค่ของตัวละครในเรื่อง แต่ของภาพยนตร์ทั้งเรื่องเอง

การแสดงและตัวละคร (Casting & Character): พันธะของอาลีและความว่างเปล่ารอบกาย

ท่ามกลางความโกลาหลทั้งหมด สิ่งเดียวที่ยังคงหนักแน่นดุจหินผาคือ Mahershala Ali นักแสดงเจ้าของสองรางวัลออสการ์ ผู้ซึ่งเป็นคนเดินเข้าไปหา Marvel ด้วยวิสัยทัศน์ที่อยากจะสวมบทบาทนี้ด้วยตัวเอง ความมุ่งมั่นของเขาตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความรักและความเข้าใจที่เขามีต่อตัวละคร Blade อย่างลึกซึ้ง เขามิใช่เพียงนักแสดงที่ถูกจ้างมา แต่เป็นผู้จุดประกายและเป็นเสาหลักที่ค้ำยันโปรเจกต์นี้ไว้ไม่ให้พังทลายลงไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดที่น่ากังวลคือมีรายงานว่านักแสดงสมทบคนอื่นๆ ได้ถูกปล่อยตัวออกจากสัญญาแล้ว ภาพนี้ช่างน่าเศร้าและเป็นสัญลักษณ์อย่างยิ่ง มันสะท้อนภาพของ Blade ที่เป็น “Daywalker” ผู้โดดเดี่ยว ยืนอยู่เพียงลำพังในสนามรบ ขณะที่พันธมิตรและศัตรูรอบกายเลือนหายไปในความไม่แน่นอน การที่โปรเจกต์เหลือเพียงนักแสดงนำคนเดียว ทำให้เกิดคำถามว่าโลกที่ Blade จะอาศัยอยู่นั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และใครจะร่วมเดินทางไปกับเขา? มันคือการตอกย้ำสภาวะความแปลกแยกที่เป็นแก่นกลางของตัวละคร ซึ่งบัดนี้ได้ปรากฏขึ้นจริงในกระบวนการสร้างภาพยนตร์

งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value): สมรภูมิเบื้องหลังกล้อง

“อาถรรพ์” ของ Blade คือภาพสะท้อนของการปะทะกันระหว่าง “ศิลปะ” และ “อุตสาหกรรม” ผู้กำกับคนแรกที่ถอนตัวไป ตามมาด้วย Yann Demange ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานที่มีสไตล์ดิบและสมจริง การเลือกเขามาในตอนแรกชี้ให้เห็นว่า Marvel อาจต้องการทิศทางที่มืดมนและจริงจังขึ้น แต่การที่เขาต้องถอนตัวออกไปในที่สุด ย่อมหมายถึงวิสัยทัศน์นั้นไม่สามารถเข้ากันได้กับ “สูตรสำเร็จ” หรือกรอบการทำงานของสตูดิโอขนาดใหญ่อย่าง Marvel และ Disney

กระบวนการสร้างที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่านี้ ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านโลจิสติกส์ แต่เป็นสงครามเชิงอุดมการณ์ ว่าด้วยเรื่องขอบเขตของความรุนแรง, ความซับซ้อนทางศีลธรรม, และโทนเรื่องที่ผู้ชมจะยอมรับได้ในจักรวาล MCU

การหยุดชะงักจากการประท้วงของ WGA อาจเป็นปัจจัยภายนอก แต่ผลกระทบของมันได้ซ้ำเติมรอยร้าวที่มีอยู่แล้วภายในให้แตกกว้างขึ้นไปอีก ทุกครั้งที่โปรเจกต์ต้องหยุดและเริ่มต้นใหม่ มันก็เหมือนกับการพยายามปลุกคนตายขึ้นมาอีกครั้ง แต่ละครั้งพลังชีวิตก็ยิ่งถดถอยลงเรื่อยๆ จนตอนนี้ Blade กลายเป็นเพียงเงาของภาพยนตร์ที่เคยถูกคาดหวังไว้สูงเสียดฟ้า

ฉาก/ไฮไลต์ที่น่าจดจำ: บันทึกเหตุการณ์แห่งความหวังและความสิ้นหวัง

หากมองว่าเรื่องราวการสร้าง Blade คือภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง มันก็มีฉากที่น่าจดจำไม่แพ้กัน:

  • ฉากเปิดตัว (2019): Mahershala Ali เดินขึ้นเวที San Diego Comic-Con พร้อมสวมหมวกที่มีโลโก้ Blade ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้อง มันคือช่วงเวลาแห่งความหวังและความฝันที่เป็นจริง แสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดก่อนพายุจะมาถึง
  • จุดพลิกผันแรก: การถอนตัวของผู้กำกับคนแรก Bassam Tariq ในปี 2022 เป็นสัญญาณเตือนแรกว่ามีบางสิ่งผิดปกติอย่างรุนแรงเบื้องหลังฉาก นี่คือรอยร้าวแรกที่ปรากฏบนกำแพงแห่งความคาดหวัง
  • คลื่นลมจากภายนอก: การประท้วงหยุดงานของ WGA ในปี 2023 ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง มันเป็นเหมือนโชคชะตาที่เข้ามาซ้ำเติมบาดแผลเดิมให้สาหัสยิ่งขึ้น
  • ฉากไคลแม็กซ์ (จนถึงปัจจุบัน): ข่าวการจากไปของ Yann Demange ในปี 2024 เป็นเหมือนการยืนยันว่า “อาถรรพ์” นั้นมีอยู่จริง และโปรเจกต์นี้กำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของความไม่แน่นอน
  • เสียงกระซิบแห่งความหวัง: คำยืนยันจากประธาน Marvel Studios, Kevin Feige, ที่ว่าโปรเจกต์ยังไม่ถูกยกเลิก เป็นเหมือนเสียงสุดท้ายที่พยายามบอกว่ายังมีโอกาส แต่ก็เป็นเสียงที่แผ่วเบาลงทุกที
ตารางสรุปสถานะการณ์และวิวัฒนาการของโปรเจกต์ Blade ใน MCU
องค์ประกอบ สถานะเมื่อประกาศ (2019) สถานะปัจจุบัน (2024)
นักแสดงนำ Mahershala Ali (ยืนยันและยังคงอยู่) Mahershala Ali (ยังคงเป็นแกนหลักเพียงหนึ่งเดียว)
ผู้กำกับ ยังไม่ประกาศ ว่าง (หลังจาก Yann Demange ถอนตัว)
บทภาพยนตร์ อยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนา ผ่านการแก้ไขหลายครั้ง, แนวทางไม่ชัดเจน
กำหนดฉาย คาดการณ์ไว้ประมาณปี 2023 เลื่อนอย่างไม่มีกำหนด, ถูกถอดจากตารางปี 2025
ความคาดหวัง สูงมาก, เป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าจับตาที่สุด เต็มไปด้วยความกังวลและความไม่แน่นอน

สิ่งที่เห็นและสิ่งที่เป็น: ข้อดีและข้อเสียของสถานการณ์ปัจจุบัน

แม้สถานการณ์จะดูเลวร้าย แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่ การวิเคราะห์สถานการณ์นี้อย่างเป็นกลางเผยให้เห็นทั้งด้านบวกและด้านลบ

สิ่งที่ยังพอมีความหวัง (ข้อดี)

  • ความมุ่งมั่นของ Mahershala Ali: การที่นักแสดงระดับนี้ยังคงเชื่อมั่นในโปรเจกต์ แสดงว่าแก่นของเรื่องราวที่เขาต้องการจะเล่ายังคงแข็งแกร่ง และเขายังไม่ยอมแพ้ที่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริง
  • โอกาสในการทบทวน: ความล่าช้าอันยาวนานนี้อาจเป็นโอกาสให้ Marvel ได้ทบทวนและตกผลึกวิสัยทัศน์สำหรับตัวละครสายดาร์กอย่าง Blade อย่างแท้จริง แทนที่จะรีบสร้างออกมาแล้วล้มเหลว

สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง (ข้อเสีย)

  • การสูญเสียโมเมนตัม: ความล่าช้าที่ยาวนานเกินไปทำให้ความตื่นเต้นของแฟนๆ ลดลง และโปรเจกต์อาจกลายเป็น “ของตกยุค” ก่อนที่จะได้สร้างเสียอีก
  • ความไม่แน่นอนเชิงสร้างสรรค์: การเปลี่ยนทีมงานบ่อยครั้งทำให้ยากที่จะมีวิสัยทัศน์ที่ต่อเนื่องและเป็นเอกภาพ ภาพยนตร์ที่ออกมาอาจกลายเป็นผลงานที่เต็มไปด้วยการประนีประนอมจนขาดซึ่งเอกลักษณ์
  • ความเสี่ยงในการยกเลิก: แม้สตูดิโอจะปฏิเสธ แต่ความจริงก็คือยิ่งโปรเจกต์อยู่ในสภาวะลิมโบ้นานเท่าไหร่ โอกาสที่จะถูกพับเก็บไปอย่างถาวรก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

บทสรุปและชะตากรรมที่ยังไม่ถูกตัดสิน

เรื่องราวของ Blade ใน MCU ได้กลายเป็นอุปมาอุปไมยที่น่าเศร้า มันคือการต่อสู้ของตัวตนที่มืดมนและซับซ้อน (Blade) ที่พยายามจะหาที่ยืนในโลกที่สว่างไสวและมีกฎเกณฑ์ชัดเจน (MCU) ความล้มเหลวในการสร้างไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของการที่สองขั้วที่แตกต่างกันเกินไปพยายามจะหลอมรวมกันโดยปราศจากความเข้าใจที่แท้จริง ชะตากรรมของนักล่าแวมไพร์ผู้นี้ยังคงไม่แน่ชัด เขาอาจจะผงาดขึ้นมาจากเงามืดได้ในที่สุด หรืออาจจะถูกกลืนหายไปในความมืดมิดของการพัฒนาที่ไม่มีวันสิ้นสุดตลอดกาล

คะแนน (Score)

2/10

มหากาพย์การสร้างที่เต็มไปด้วยอุปสรรคจนน่าท้อแท้ สะท้อนการต่อสู้เชิงตัวตนของโปรเจกต์ที่ยังคงหลงทางและหาทางออกไม่เจอ เป็นเรื่องเล่าเบื้องหลังที่น่าสนใจ แต่ก็เป็นสัญญาณของความล้มเหลวในการจัดการที่ชัดเจน

คำแนะนำ (Recommendation)

สำหรับผู้ที่ยังคงเฝ้ารอการมาถึงของ Daywalker ผู้นี้ เรื่องราวเบื้องหลังการสร้างอาจให้ความบันเทิงที่ขมขื่นได้ไม่แพ้ภาพยนตร์เรื่องใด นี่คือดราม่าที่เหมาะสำหรับ:

  • แฟนพันธุ์แท้ของ MCU: ที่ต้องการติดตามทุกความเคลื่อนไหวและทำความเข้าใจกลไกเบื้องหลังของจักรวาลภาพยนตร์ที่รัก
  • นักศึกษาภาพยนตร์และผู้ที่สนใจในอุตสาหกรรม: นี่คือกรณีศึกษาชั้นดีเกี่ยวกับความท้าทายในการสร้างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
  • ผู้ที่ชื่นชม Mahershala Ali: เพื่อเป็นกำลังใจและติดตามความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของนักแสดงคนหนึ่งที่พยายามจะปกป้องวิสัยทัศน์ของตนเองเอาไว้

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของ Blade ได้ทิ้งคำถามเชิงปรัชญาที่สำคัญไว้ให้เราขบคิด

หากตัวตนที่แท้จริงของศิลปะคือการต่อสู้ดิ้นรน แล้วภาพยนตร์ที่ยังสร้างไม่เสร็จเรื่องนี้ จะถือเป็นงานศิลปะที่สมบูรณ์ในตัวเองแล้วหรือยัง?

บทความรีวิวมาใหม่