Deadpool & Wolverine หนังที่จะกอบกู้จักรวาล MCU?
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และภาวะซบเซาของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การมาถึงของ Deadpool & Wolverine หนังที่จะกอบกู้จักรวาล MCU? ได้จุดประกายความหวังครั้งใหญ่ให้แก่แฟนๆ ทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงการกลับมาของสองตัวละครขวัญใจมหาชน แต่ยังถูกคาดหมายว่าจะเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญที่อาจชี้ชะตาอนาคตของแฟรนไชส์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง

- ความสำเร็จทางการเงินระดับปรากฏการณ์: ภาพยนตร์เรื่องนี้ทุบสถิติกลายเป็นหนังเรต R ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้ชมที่มีต่อเนื้อหาที่แตกต่างและกล้าหาญ
- การหลอมรวมจักรวาลครั้งประวัติศาสตร์: การนำตัวละครจากจักรวาล X-Men ของ Fox เข้าสู่ MCU อย่างเป็นทางการผ่านกลไกของ Multiverse และองค์กร TVA ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด
- เคมีที่สมบูรณ์แบบของนักแสดงนำ: การแสดงของ Ryan Reynolds และ Hugh Jackman คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนภาพยนตร์ ทั้งคู่ได้สร้างมิติและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละครได้อย่างน่าจดจำ
- บทบาท “ผู้กอบกู้” ที่ถูกจับตา: ทั้งผู้กำกับ นักวิจารณ์ และแฟนๆ ต่างมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “การกระตุ้น” ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ MCU ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความนิยมและทิศทางของเรื่องราว
ภาพรวมและความรู้สึกแรก
Deadpool & Wolverine คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง โกลาหล และตลกร้ายเสียดสีอย่างถึงพริกถึงขิง ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของ เวด วิลสัน (Deadpool) ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขหลังวางมือจากการเป็นฮีโร่ แต่แล้วชะตากรรมก็นำพาให้เขาถูกองค์กร Time Variance Authority (TVA) ดึงตัวเข้าไปพัวพันกับภารกิจกอบกู้เส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งภารกิจนี้บีบให้เขาต้องร่วมมือกับ โลแกน (Wolverine) ในเวอร์ชันที่แตกสลายและหมดสิ้นศรัทธา ความรู้สึกแรกหลังชมจบคือความบันเทิงที่อัดแน่นมาเต็มเปี่ยม มันคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างฉากแอ็กชันดิบเถื่อน มุกตลกทำลายกำแพงที่สี่อันชาญฉลาด และบทสนทนาที่เฉียบคม ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยแก่นเรื่องที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการไถ่บาป มิตรภาพ และการค้นหาความหมายของการเป็นฮีโร่ในโลกที่ไม่สมบูรณ์แบบ
บทวิจารณ์เชิงลึก
การวิเคราะห์ Deadpool & Wolverine จำเป็นต้องมองให้ลึกกว่าเปลือกนอกของหนังตลกแอ็กชันเรต R เพราะมันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มและอาจปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทั้งหมดของ MCU ในอนาคต
โครงเรื่องและบท (Script & Plot)
หัวใจของโครงเรื่องคือการใช้แนวคิด “มัลติเวิร์ส” ที่ MCU ปูทางมาหลายปีให้เกิดประโยชน์สูงสุด บทภาพยนตร์นำองค์กร TVA จากซีรีส์ Loki มาเป็นกลไกหลักในการดึงตัวละครจากจักรวาล Fox เข้ามาอย่างสมเหตุสมผลและน่าตื่นเต้น การเดินทางของ Deadpool และ Wolverine ข้ามมิติเวลาต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้สร้างใส่ Easter Eggs และการอ้างอิงถึงภาพยนตร์มาร์เวลเรื่องอื่นๆ กว่า 100 รายการ ซึ่งเป็นเหมือนจดหมายรักถึงแฟนๆ ที่ติดตามกันมาอย่างยาวนาน
แม้แกนหลักของพล็อตเรื่องอาจดูเรียบง่าย คือการจับคู่ฮีโร่ต่างขั้วมาทำภารกิจร่วมกัน แต่ความเฉียบคมของบทอยู่ที่บทสนทนาและการทำลายกำแพงที่สี่ (Fourth-Wall Breaking) ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น Deadpool ไม่เพียงแต่พูดคุยกับผู้ชม แต่ยังวิพากษ์วิจารณ์สตูดิโอ, วัฒนธรรมป๊อป, และแม้กระทั่งความล้มเหลวของหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ สิ่งนี้ทำให้ภาพยนตร์มีชั้นเชิงและสะท้อนสภาวะของวงการในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์บางส่วนชี้ว่าโครงเรื่องอาจจะเบาบางไปบ้างเมื่อเทียบกับสเกลของมหันตภัยระดับมัลติเวิร์ส แต่มันก็ถูกชดเชยด้วยความบันเทิงและเสน่ห์ของตัวละครที่เอาคนดูอยู่หมัด
การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือเคมีที่เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบระหว่าง Ryan Reynolds ในบท Deadpool และ Hugh Jackman ในบท Wolverine การกลับมารับบท Wolverine อีกครั้งของ Jackman คือของขวัญล้ำค่าสำหรับแฟนๆ เขาสามารถถ่ายทอดความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด และความโกรธเกรี้ยวของโลแกนในเวอร์ชันนี้ได้อย่างทรงพลัง ขณะที่ Reynolds ก็ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับบทบาท Deadpool ไปแล้ว เขาส่งมอบการแสดงที่เปี่ยมด้วยพลัง ความกวน และจังหวะคอมเมดี้ที่แม่นยำไร้ที่ติ
ความสัมพันธ์แบบคู่กัดระหว่างทั้งสองตัวละครถูกพัฒนาไปอย่างมีมิติ จากความไม่ไว้วางใจสู่การยอมรับซึ่งกันและกัน บทสนทนาที่เชือดเฉือนกันไปมาไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างเสียงหัวเราะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเผยให้เห็นบาดแผลในใจของแต่ละคน ตัวละครสมทบจาก TVA ก็เข้ามาสร้างสีสันและเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ากับจักรวาลที่ใหญ่ขึ้นได้อย่างแนบเนียน การแสดงของนักแสดงทุกคนช่วยยึดเหนี่ยวเรื่องราวที่ดูเหมือนจะหลุดโลกให้ยังคงมีหัวใจและความรู้สึกที่จับต้องได้
งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)
ในด้านงานสร้าง Deadpool & Wolverine ไม่ได้ด้อยไปกว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องอื่นๆ ของ Marvel Studios เลย การกำกับภาพยนตร์สามารถรักษาสมดุลระหว่างฉากแอ็กชันดิบเถื่อนสไตล์เรต R กับความยิ่งใหญ่อลังการของสงครามข้ามมิติได้อย่างน่าทึ่ง การออกแบบฉากและสถานที่ต่างๆ ในมัลติเวิร์สเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และรายละเอียดที่ชวนให้ค้นหา โดยเฉพาะดินแดน The Void ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากเส้นเวลาที่ถูกลบ
งานออกแบบคอสตูมถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ โดยเฉพาะชุดคลาสสิกสีเหลือง-น้ำเงินของ Wolverine ที่แฟนๆ รอคอยมานานกว่าสองทศวรรษ ซึ่งถูกนำเสนอออกมาได้อย่างเท่และสมจริง ดนตรีประกอบก็มีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศ ทั้งการใช้เพลงป๊อปยุค 80-90 ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Deadpool และสกอร์ที่เร้าอารมณ์ในฉากดราม่าและฉากต่อสู้ ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ครบเครื่องทั้งภาพและเสียง
ฉากเด่นที่น่าจดจำ
ฉากการต่อสู้ท่ามกลางซากเฮลิแคริเออร์ใน The Void ถือเป็นภาพแทนของภาพยนตร์ทั้งเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือการปะทะกันที่ไม่ใช่แค่ระหว่าง Deadpool กับ Wolverine แต่เป็นการปะทะกันของ “ตัวตน” เก่าและใหม่ ระหว่างจักรวาล Fox และ MCU ระหว่างความตลกขบขันและความจริงจัง ในฉากนั้น Deadpool กำลังพล่ามวิจารณ์พล็อตโฮลของหนัง X-Men ภาคเก่า ขณะที่ Wolverine กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อเอาชีวิตรอด มันเป็นฉากที่วุ่นวาย ตลกขบขัน และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน สะท้อนธีมหลักของหนังที่ว่า แม้ในโลกที่พังทลายและไร้สาระที่สุด ก็ยังมีความหมายของการต่อสู้เพื่อบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่
สิ่งที่ชอบและสิ่งที่ไม่ชอบ
- สิ่งที่ชอบ:
- เคมีที่ระเบิดเถิดเทิง: การจับคู่ระหว่าง Reynolds และ Jackman คือส่วนที่ดีที่สุดของหนัง สร้างไดนามิกที่ทั้งตลกและสะเทือนอารมณ์
- การคารวะและเสียดสีจักรวาลเดิม: หนังเต็มไปด้วยการอ้างอิงถึงหนัง X-Men และ MCU ในแบบที่ทั้งรักและหยิกแกมหยอก ซึ่งถูกใจแฟนพันธุ์แท้เป็นอย่างยิ่ง
- แอ็กชันเรต R ที่ถึงใจ: ฉากต่อสู้มีความรุนแรง สร้างสรรค์ และไม่ประนีประนอม ตอบสนองความต้องการของแฟนๆ Deadpool ได้อย่างเต็มที่
- สิ่งที่ไม่ชอบ:
- พล็อตเรื่องที่คาดเดาได้: โครงสร้างเรื่องราวโดยรวมยังคงเดินตามสูตรสำเร็จของหนังคู่หู (Buddy Film) ซึ่งอาจไม่สดใหม่สำหรับบางคน
- อาจเข้าถึงยากสำหรับผู้ชมหน้าใหม่: การพึ่งพามุกตลกและ Easter Eggs ที่อ้างอิงจากหนังเรื่องอื่นจำนวนมาก อาจทำให้ผู้ชมที่ไม่ได้ติดตาม MCU หรือ X-Men มาโดยตลอดรู้สึกสับสนได้
| องค์ประกอบ | การวิเคราะห์ | ระดับความโดดเด่น |
|---|---|---|
| โครงเรื่องและบท | ใช้มัลติเวิร์สเป็นเครื่องมือได้อย่างชาญฉลาด แต่โครงเรื่องหลักค่อนข้างเรียบง่าย เน้นความบันเทิงและบทสนทนาที่คมคาย | ดี |
| การแสดงและตัวละคร | การแสดงของ Ryan Reynolds และ Hugh Jackman คือจุดแข็งที่สุด เคมีเข้ากันอย่างไร้ที่ติและเป็นหัวใจของเรื่องราว | ยอดเยี่ยม |
| งานสร้างและเทคนิคพิเศษ | โปรดักชันยิ่งใหญ่สมฐานะหนัง MCU ฉากแอ็กชันและงานภาพมีความคิดสร้างสรรค์สูง | ดีมาก |
| ความบันเทิงและอารมณ์ขัน | อัดแน่นด้วยมุกตลกเรต R และการทำลายกำแพงที่สี่อย่างมีชั้นเชิง เป็นภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิงสูงมาก | ยอดเยี่ยม |
บทสรุปและคะแนน
สรุปแล้ว Deadpool & Wolverine คือความสำเร็จครั้งใหญ่ในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ในฐานะภาพยนตร์เดี่ยว แต่ในฐานะหมุดหมายสำคัญของจักรวาล MCU มันคือ “การกระแทกแรงๆ” อย่างที่ผู้กำกับ Matthew Vaughn กล่าวไว้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ทำรายได้มหาศาลและได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่า MCU ยังมีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และดึงดูดผู้ชมได้อยู่ หากกล้าที่จะแตกต่างและรับฟังเสียงของแฟนๆ การนำ Deadpool และ Wolverine เข้ามาในจักรวาลหลักได้สำเร็จเป็นการปูทางไปสู่เหตุการณ์สำคัญในอนาคตอย่าง Avengers: Doomsday และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูศรัทธาที่แฟนๆ มีต่อแฟรนไชส์นี้อย่างแท้จริง
คะแนน (Score)
คะแนนโดยรวม
การกลับมาที่สมศักดิ์ศรีและเป็นมากกว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่คือจดหมายรักแด่แฟนๆ และเป็นแสงแห่งความหวังที่สาดส่องอนาคตของ MCU ให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
คำแนะนำ (Recommendation)
ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ชมทุกกลุ่มที่โหยหาความบันเทิงระดับบล็อกบัสเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- แฟนพันธุ์แท้ของ Marvel: ทั้งฝั่ง MCU และ X-Men จะได้รับอรรถรสสูงสุดจากการเชื่อมโยงและ Easter Eggs ต่างๆ
- ผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์แอ็กชันคอมเมดี้เรต R: หากคุณรักในความกวนและสไตล์ที่ไม่เหมือนใครของ Deadpool ภาคก่อนๆ เรื่องนี้คือทุกสิ่งที่คุณต้องการและมากกว่านั้น
- ผู้ชมทั่วไปที่ต้องการความบันเทิง: แม้อาจไม่เข้าใจมุกตลกวงในทั้งหมด แต่ด้วยฉากแอ็กชันสุดมันส์และเคมีของนักแสดงนำ ก็เพียงพอที่จะทำให้คุณสนุกไปกับหนังได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
หากการทำลายล้างเพื่อสร้างสรรค์คือหนทางเดียวในการกอบกู้จักรวาล ความเสียสละของ ‘ฮีโร่’ ที่ไม่สมบูรณ์แบบนั้นมีความหมายที่แท้จริงอย่างไร?
