Deadpool & Wolverine กู้จักรวาลหรือพังกว่าเดิม?
การกลับมาของคู่หูต่างขั้วใน Deadpool & Wolverine กลายเป็นปรากฏการณ์ที่แฟน ๆ จักรวาลภาพยนตร์ Marvel (MCU) ตั้งคำถามสำคัญว่า การผจญภัยครั้งนี้จะเป็นผู้กอบกู้ที่นำพายุคทองกลับคืนมา หรือจะเป็นเพียงการตอกย้ำความวุ่นวายที่ทำให้ทุกอย่างพังกว่าเดิม ภาพยนตร์เรื่องนี้ผสมผสานความตลกร้ายเสียดสีเข้ากับฉากแอคชั่นสุดเดือด ท่ามกลางการเดิมพันที่สูงลิ่วต่อชะตากรรมของทุกไทม์ไลน์
- ภาพยนตร์นำเสนอความบันเทิงผ่านมุกตลกที่ทำลายกำแพงที่สี่ (fourth-wall breaking) และการเสียดสีวัฒนธรรมป๊อปอย่างชาญฉลาด
- เคมีระหว่างนักแสดงหลักอย่าง Ryan Reynolds และ Hugh Jackman เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเรื่องราวและสร้างเสียงหัวเราะ
- แม้จะเต็มไปด้วยความตลก แต่ภาพยนตร์ยังสอดแทรกประเด็นทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับมิตรภาพและการไถ่บาป
- โครงเรื่องถูกวิจารณ์ว่าค่อนข้างเบาบางและอาศัยการบริการแฟน ๆ (fan service) มากเกินไปในบางจุด
- คุณภาพของเทคนิคพิเศษ (VFX) และฉากแอคชั่นบางส่วนยังไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควรสำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
ภาพรวมและความรู้สึกแรก

Deadpool & Wolverine เปิดฉากด้วยชีวิตที่พลิกผันของ เวด วิลสัน หรือ เดดพูล ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตวัยกลางคนในจักรวาลที่สงบสุขเกินไป จนกระทั่งองค์กร Time Variance Authority (TVA) ได้ดึงตัวเขามาเพื่อมอบภารกิจสำคัญในการปกป้อง Sacred Timeline ที่กำลังจะล่มสลาย การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขาต้องร่วมมือกับ โลแกน หรือ วูล์ฟเวอรีน ในเวอร์ชันที่แตกสลายและสิ้นหวังที่สุด เพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อาจทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ความรู้สึกแรกหลังชมคือความสนุกสุดเหวี่ยงที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความตื่นเต้นจากฉากแอคชั่นที่ดุดันเลือดสาด แต่ในขณะเดียวกันก็สัมผัสได้ถึงความพยายามที่จะสร้างสมดุลระหว่างความบ้าคลั่งและความลึกซึ้งทางอารมณ์ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง
บทวิจารณ์เชิงลึก
ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนจดหมายรักที่ส่งไปถึงยุคสมัยของหนังซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย Fox พร้อมกับการวิพากษ์วิจารณ์สถานะปัจจุบันของ MCU ไปในตัว มันคือการเฉลิมฉลองให้กับตัวละครที่แฟน ๆ คิดถึง ในขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามถึงทิศทางในอนาคตของจักรวาลนี้ การผสมผสานระหว่างสไตล์ที่แตกต่างกันของตัวละครทั้งสองสร้างไดนามิกที่น่าสนใจ แต่ก็เป็นดาบสองคมที่อาจทำให้ภาพรวมขาดความกลมกล่อมไปบ้าง
โครงเรื่องและบท (Script & Plot)
บทภาพยนตร์ของ เดดพูลกับวูล์ฟเวอรีน มีจุดแข็งที่ชัดเจนในด้านบทสนทนาและมุกตลกเสียดสี การอ้างอิงถึงวัฒนธรรมป๊อป, การล้อเลียนภาพยนตร์ Marvel เรื่องอื่น ๆ, และการทำลายกำแพงที่สี่ที่เวด วิลสันเรียกตัวเองว่า “พระเยซูแห่งไทม์ไลน์” (Timeline Jesus) ทำให้ภาพยนตร์มีความสดใหม่และแตกต่างจากสูตรสำเร็จของ MCU อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนกลับอยู่ที่โครงเรื่องหลักซึ่งถูกมองว่าค่อนข้างบางและเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อให้ตัวละครได้เดินทางไปพบเจอกับสถานการณ์และตัวละครรับเชิญ (cameo) ต่าง ๆ การดำเนินเรื่องจึงเปรียบได้กับ “ชุดของช่วงเวลาเด็ด ๆ ที่เชื่อมต่อกันด้วยพล็อตที่เบาบาง” ทำให้ขาดความตึงเครียดและพัฒนาการของเรื่องราวที่ควรจะมี
การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเคมีระหว่าง Ryan Reynolds (เดดพูล) และ Hugh Jackman (วูล์ฟเวอรีน) คือองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยมที่สุดของภาพยนตร์ การปะทะคารมและการต่อสู้ของทั้งคู่เต็มไปด้วยพลังและความสนุกสนาน Reynolds ยังคงถ่ายทอดบทเดดพูลได้อย่างไร้ที่ติ ในขณะที่ Jackman กลับมาสวมบทวูล์ฟเวอรีนในเวอร์ชันที่หยาบกระด้างและเหนื่อยหน่ายจากโลกได้อย่างน่าเห็นใจ แม้ว่าบางเสียงวิจารณ์จะมองว่าความเกรี้ยวกราดของวูล์ฟเวอรีนในภาคนี้ดูไม่เป็นธรรมชาติไปบ้าง แต่การแสดงของ Jackman ก็ยังสามารถถ่ายทอดความเจ็บปวดภายในของตัวละครออกมาได้อย่างมีมิติ ตัวละครทั้งสองต่างเป็นภาพสะท้อนของ “ผู้แพ้” จากการแข่งขันของสตูดิโอ ซึ่งทำให้การเดินทางร่วมกันของพวกเขามีความหมายมากกว่าแค่การต่อสู้กับวายร้าย
งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)
ในด้านงานสร้าง ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยฉากแอคชั่นที่ดิบและรุนแรงในระดับเรท R ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากใน MCU ฉากต่อสู้ในโถงทางเดินที่เลือดสาด หรือฉากต่อสู้บนรถ Honda Odyssey ล้วนถูกออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์และน่าตื่นเต้น อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าฉากแอคชั่นบางฉากมีการตัดต่อที่รวดเร็วเกินไปจนทำให้ภาพดูเบลอและสับสน นอกจากนี้ คุณภาพของงานภาพเทคนิคพิเศษ (VFX) ในบางจุดยังดูไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรสำหรับภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างมหาศาล ซึ่งทำให้บางฉากขาดความน่าจดจำไปอย่างน่าเสียดาย ดนตรีประกอบและเพลงที่ใช้ในภาพยนตร์ยังคงทำหน้าที่สร้างบรรยากาศและขับเคลื่อนอารมณ์ได้เป็นอย่างดี คงเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ Deadpool ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ฉาก/ไฮไลต์ที่น่าจดจำ
ฉากที่น่าจดจำที่สุดฉากหนึ่งคือการเผชิญหน้ากันใน The Void ดินแดนที่ทุกสิ่งซึ่งถูกลบออกจากไทม์ไลน์ถูกส่งมาทิ้งไว้ ที่นี่เองที่เราได้เห็นการรวมตัวของเหล่าตัวละครที่ถูกลืมจากจักรวาล Fox และวูล์ฟเวอรีนในเวอร์ชันต่าง ๆ จากคอมิกส์ ไฮไลต์คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่เดดพูลและวูล์ฟเวอรีนต้องร่วมมือกันต่อสู้กับภัยคุกคามขนาดมหึมา ท่ามกลางซากปรักหักพังของโลโก้ 20th Century Fox ที่เป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดยุคสมัยหนึ่ง เป็นฉากที่ทั้งตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่แฟน ๆ จะต้องประทับใจ
| องค์ประกอบ | จุดแข็ง (สิ่งที่ “กู้”) | จุดอ่อน (สิ่งที่ “พัง”) |
|---|---|---|
| โครงเรื่องและบท | มุกตลกเสียดสี, การทำลายกำแพงที่สี่, บทสนทนาคมคาย | พล็อตหลักเบาบาง, พึ่งพา fan service มากเกินไป, ขาดความลึกซึ้ง |
| การแสดงและตัวละคร | เคมีที่ยอดเยี่ยมระหว่าง Reynolds และ Jackman, มีช่วงเวลาที่เข้าถึงอารมณ์ | พัฒนาการตัวละครน้อย, เคมีอาจยังไม่ถึงจุดสูงสุด, ตัวละครวูล์ฟเวอรีนดูเกรี้ยวกราดเกินจริง |
| งานสร้างและเทคนิค | ฉากแอคชั่นเรท R ที่สร้างสรรค์และรุนแรง, สไตล์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์ | VFX บางจุดยังไม่สมบูรณ์, ฉากแอคชั่นบางฉากตัดต่อเร็วเกินไป |
| ความบันเทิงโดยรวม | สนุกสนาน, สดใหม่สำหรับ MCU, เต็มไปด้วย cameo ที่น่าตื่นเต้น | อาจไม่น่าจดจำเท่าภาคแรก, ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น “หนังของ Fox” มากกว่า MCU |
สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ
สิ่งที่ชอบ
- ความบันเทิงแบบไม่เกรงใจใคร: ภาพยนตร์เต็มไปด้วยความตลก ความรุนแรง และความคิดสร้างสรรค์ที่หลุดโลก ทำให้เป็นประสบการณ์การชมที่สนุกและแตกต่างจากหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่น ๆ ในยุคนี้
- เคมีของคู่หู: การกลับมาร่วมงานกันของ Ryan Reynolds และ Hugh Jackman คือส่วนที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง การปะทะกันของพวกเขาคือหัวใจหลักที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ
- การคารวะและเสียดสี: การให้เกียรติตัวละครจากยุค Fox พร้อมกับเสียดสีการควบรวมกิจการของ Disney และสถานะของ MCU เป็นไปอย่างชาญฉลาดและโดนใจแฟน ๆ
สิ่งที่ไม่ชอบ
- โครงเรื่องที่ขาดน้ำหนัก: เนื้อเรื่องหลักเป็นเพียงเส้นด้ายบาง ๆ ที่ร้อยเรียงฉากต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทำให้ขาดแรงผลักดันทางอารมณ์และเป้าหมายที่ชัดเจน
- ความไม่สม่ำเสมอของงานสร้าง: แม้จะมีฉากที่น่าประทับใจ แต่คุณภาพของ VFX และการกำกับฉากแอคชั่นในบางส่วนยังคงเป็นที่น่ากังขา
บทสรุปและคะแนน
สรุปแล้ว Deadpool & Wolverine กู้จักรวาลหรือพังกว่าเดิม? คำตอบอาจอยู่กึ่งกลาง ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการมอบความบันเทิงระดับบล็อกบัสเตอร์ช่วงฤดูร้อน มันช่วยกระตุ้นความสนใจใน MCU อีกครั้งด้วยแนวทางที่กล้าหาญและไม่เหมือนใคร แต่มันไม่ได้เป็นผู้กอบกู้ที่จะมาเปลี่ยนแปลงทิศทางของจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาเพื่อแฟน ๆ ของเดดพูลและวูล์ฟเวอรีนโดยเฉพาะ ผู้ที่ต้องการเห็น “เพื่อนซี้ต่างขั้วทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า” มากกว่าผู้ที่มองหาเรื่องราวที่ลึกซึ้งและซับซ้อน
คะแนน (Score)
7/10
ภาพยนตร์แอคชั่นสุดปั่นที่เต็มไปด้วยความสนุกและเคมีนักแสดงที่ลงตัว แม้พล็อตจะเบาบางไปบ้าง แต่ก็ถือเป็นการเติมสีสันที่จำเป็นให้กับ MCU
คำแนะนำ (Recommendation)
ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ชมที่:
- เป็นแฟนตัวยงของตัวละครเดดพูลและวูล์ฟเวอรีน
- ชื่นชอบภาพยนตร์แอคชั่นตลกร้ายที่มีความรุนแรงระดับเรท R
- ต้องการชมภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่ฉีกกรอบและไม่เดินตามสูตรสำเร็จของ Marvel
- ติดตามจักรวาล X-Men ของ Fox และต้องการเห็นบทสรุปของตัวละครที่คุ้นเคย
หากการเป็นฮีโร่หมายถึงการต้องทำลายตัวตนเดิมเพื่อสร้างสิ่งใหม่ แล้วตัวตนที่แท้จริงของเราคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นหรือสิ่งที่ถูกทำลายไป?
