Blade MCU สะดุดอีกรอบ! ผู้กำกับประกาศถอนตัว
โปรเจกต์ภาพยนตร์นักล่าแวมไพร์ที่หลายคนรอคอยต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่า Blade MCU สะดุดอีกรอบ! ผู้กำกับประกาศถอนตัว ซึ่งนับเป็นผู้กำกับคนที่สองที่ออกจากโปรเจกต์นี้ไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความล่าช้าในการผลิต แต่ยังเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงปัญหาสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังจักรวาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
บทสรุปสำหรับผู้เร่งรีบ

- โปรเจกต์ Blade ของ Marvel Studios สูญเสียผู้กำกับไปแล้วสองคน ได้แก่ บัสซาม ทาริก และล่าสุดคือ ยานน์ เดอม็องจ์
- บทภาพยนตร์ผ่านการแก้ไขและเขียนใหม่โดยนักเขียนอย่างน้อย 5-6 คน ซึ่งบ่งชี้ถึงทิศทางที่ไม่ชัดเจนของเรื่องราว
- ดิสนีย์ได้ถอด Blade ออกจากตารางฉายเดิมในเดือนพฤศจิกายน 2025 อย่างเป็นทางการ และยังไม่มีกำหนดฉายใหม่
- มาเฮอร์ชาลา อาลี ยังคงรับบทเป็นเบลด แต่ความไม่แน่นอนของโปรเจกต์ทำให้เกิดคำถามถึงอนาคตของตัวละครนี้ใน MCU
- สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างสรรค์ที่ Marvel Studios กำลังเผชิญในยุคหลัง Endgame
เงาสะท้อนจากความมืด: วิกฤตการณ์ที่มองไม่เห็นของ Blade
ข่าวการถอนตัวของผู้กำกับ ยานน์ เดอม็องจ์ จากโปรเจกต์ Blade MCU สะดุดอีกรอบ! ผู้กำกับประกาศถอนตัว เป็นมากกว่าแค่พาดหัวข่าวบันเทิงทั่วไป แต่มันคือภาพสะท้อนของความสั่นคลอนภายในสตูดิโอที่เคยขึ้นชื่อเรื่องการวางแผนระยะยาวอันไร้เทียมทาน นับตั้งแต่การประกาศสร้างอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2019 พร้อมกับการเปิดตัว มาเฮอร์ชาลา อาลี ในบทนักล่าแวมไพร์ลูกครึ่ง โปรเจกต์นี้กลับเต็มไปด้วยความเงียบงันและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา การเดินทางที่ควรจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกลับกลายเป็นเส้นทางที่ขรุขระ เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงบุคลากรสำคัญและความคิดสร้างสรรค์ที่ดูเหมือนจะหาจุดร่วมกันไม่ได้ สิ่งนี้บังคับให้เราต้องตั้งคำถามว่า อะไรคือ “ปีศาจ” ที่แท้จริงที่กำลังกัดกินโปรเจกต์นี้อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งเชิงเทคนิค แต่เป็นปัญหาเชิงปรัชญาเกี่ยวกับตัวตนและทิศทางของจักรวาลที่เคยแข็งแกร่ง
วังวนแห่งการเปลี่ยนแปลง: เส้นทางการผลิตที่ไร้ทิศทาง
ความยุ่งเหยิงของ Blade สามารถมองเห็นได้ชัดเจนผ่านการเปลี่ยนแปลงบุคลากรหลักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอาการของรากฐานที่ไม่มั่นคงในเชิงวิสัยทัศน์และเรื่องเล่า
เก้าอี้ผู้กำกับที่ว่างเปล่า
ตำแหน่งผู้กำกับเปรียบเสมือนกัปตันของเรือ แต่สำหรับ Blade เรือลำนี้ได้เปลี่ยนกัปตันไปแล้วถึงสองครั้ง คนแรกคือ บัสซาม ทาริก ซึ่งถอนตัวไปอย่างเงียบๆ ในเดือนกันยายน 2022 โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ทิ้งไว้เพียงตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร จากนั้น ยานน์ เดอม็องจ์ ก็ได้เข้ามารับช่วงต่อ แต่ในที่สุดก็ต้องแยกทางกับสตูดิโอในปี 2024 แม้จะไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวภายในชี้ให้เห็นถึงความห่างเหินที่เพิ่มขึ้นระหว่างวิสัยทัศน์ของผู้กำกับและทิศทางที่สตูดิโอต้องการ การสูญเสียผู้กำกับถึงสองคนไม่ใช่เรื่องปกติ และมันบ่งชี้ถึงความขัดแย้งในแก่นกลางของโปรเจกต์ที่ไม่สามารถประนีประนอมกันได้
“เกิดอะไรขึ้นกับโปรเจกต์นี้กันแน่?” คำถามที่เวสลีย์ สไนปส์ นักแสดงผู้เคยรับบทเบลดในเวอร์ชันดั้งเดิม โพสต์บนโซเชียลมีเดีย สะท้อนความรู้สึกของแฟนๆ ทั่วโลกได้อย่างตรงไปตรงมา มันคือเสียงสะท้อนของความสับสนว่า เหตุใดตัวละครที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เช่นนี้จึงยากที่จะนำกลับมาสู่จอภาพยนตร์ได้อย่างราบรื่น
บทภาพยนตร์ที่ถูกเขียนใหม่นับครั้งไม่ถ้วน
หากผู้กำกับคือหัวใจ บทภาพยนตร์ก็คือกระดูกสันหลัง และสำหรับ Blade ดูเหมือนว่ากระดูกสันหลังเส้นนี้จะถูกประกอบสร้างและรื้อถอนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีรายงานว่าบทภาพยนตร์ได้ผ่านมือนักเขียนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 คน ก่อนที่ เอริก เพียร์สัน ซึ่งเปรียบเสมือน “มือเก็บงาน” ประจำของ Marvel Studios จะถูกดึงเข้ามาเป็นคนที่หกเพื่อขัดเกลาบทให้สมบูรณ์ การเปลี่ยนนักเขียนบ่อยครั้งเป็นสัญญาณอันตรายที่ชี้ว่าตัวตนหลักของเรื่องราวและตัวละครยังไม่ถูกค้นพบ หรืออาจมีวิสัยทัศน์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนทำให้เรื่องราวไม่สามารถเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้
อนาคตที่เลือนลางของนักล่าแวมไพร์
การตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดที่สะท้อนถึงความวิกฤตของโปรเจกต์นี้คือการที่ดิสนีย์ถอด Blade ออกจากปฏิทินการฉายภาพยนตร์ในช่วงปลายปี 2024 อย่างเป็นทางการ จากเดิมที่มีกำหนดฉายวันที่ 7 พฤศจิกายน 2025 ตอนนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่ไม่มีกำหนด และช่องเวลาดังกล่าวถูกแทนที่ด้วยภาพยนตร์เรื่องอื่นอย่าง Predator: Badlands การเลื่อนฉายอย่างไม่มีกำหนดนี้เป็นการยอมรับโดยนัยว่าโปรเจกต์กำลังประสบปัญหาอย่างหนักและต้องการการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ มาเฮอร์ชาลา อาลี ยังคงผูกพันกับบท Daywalker ที่เขาเป็นผู้เสนอตัวต่อสตูดิโอด้วยตนเอง แต่สถานการณ์ปัจจุบันทำให้การปรากฏตัวของเขาใน MCU ดูไม่แน่นอนมากขึ้น มีการคาดการณ์ว่า Marvel อาจเลือกที่จะแนะนำเบลดเวอร์ชันของอาลีในโปรเจกต์อื่นก่อน เพื่อปูทางและลดความเสี่ยง แทนที่จะเดินหน้าสร้างภาพยนตร์เดี่ยวที่เต็มไปด้วยปัญหาต่อไป ขณะที่ มีอา ก็อธ ซึ่งมีรายชื่อเป็นนักแสดงร่วม ก็ยังคงอยู่ในสถานะที่ต้องรอคอยเช่นกัน
| ตำแหน่ง | บุคลากรที่เกี่ยวข้อง | สถานะปัจจุบัน |
|---|---|---|
| นักแสดงนำ (Blade) | มาเฮอร์ชาลา อาลี | ยังคงอยู่ในโปรเจกต์ แต่บทบาทในอนาคตไม่แน่นอน |
| ผู้กำกับคนที่ 1 | บัสซาม ทาริก | ถอนตัว (กันยายน 2022) |
| ผู้กำกับคนที่ 2 | ยานน์ เดอม็องจ์ | ถอนตัว (มิถุนายน 2024) |
| บทภาพยนตร์ | ผ่านมือนักเขียนอย่างน้อย 6 คน | ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา |
| กำหนดการฉาย | เดิม 7 พฤศจิกายน 2025 | ถูกถอดออกจากตารางอย่างไม่มีกำหนด |
บทวิเคราะห์: เมื่อจักรวาลภาพยนตร์สูญเสียจิตวิญญาณ
ปัญหาของ Blade อาจไม่ใช่แค่เรื่องของผู้กำกับหรือบทภาพยนตร์ที่ไม่ลงตัว แต่มันอาจเป็นภาพสะท้อนของสภาวะที่ใหญ่กว่า นั่นคือการดิ้นรนของจักรวาลภาพยนตร์ขนาดมหึมาที่พยายามจะค้นหา “จิตวิญญาณ” ของตัวเองอีกครั้งในยุคหลังการล่มสลายของมหาวายร้ายอย่างธานอส Blade เป็นตัวละครที่ดำมืด รุนแรง และมีมิติที่ซับซ้อน การพยายามจะนำเขาเข้ามาอยู่ในกรอบของจักรวาลที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเป็นระบบและบางครั้งก็ดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จ อาจเป็นการบีบคั้นตัวตนที่แท้จริงของตัวละคร ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอาจไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลมาจากการต่อสู้กันระหว่าง “วิสัยทัศน์ทางศิลปะ” กับ “ความต้องการของตลาดและระบบแฟรนไชส์” ที่ไม่สามารถหาจุดสมดุลได้
บทสรุป และคำถามถึงตัวตน
การเดินทางของ Blade ใน MCU จนถึงขณะนี้เต็มไปด้วยความมืดมิดยิ่งกว่าโลกของแวมไพร์ที่เขาตามล่า มันคือเรื่องราวของการสร้างสรรค์ที่หลงทาง ความคาดหวังที่สูงเกินไป และการต่อสู้เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของตัวละครไว้ในจักรวาลที่ขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง การถอนตัวของผู้กำกับครั้งล่าสุดนี้เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนปัญหาเชิงโครงสร้างเอาไว้ และมันได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้ทั้งสตูดิโอและผู้ชมได้ขบคิด
คะแนนความคืบหน้าของโปรเจกต์
2/10
การผลิตที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย การขาดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และความไม่แน่นอนในทุกมิติ ทำให้โปรเจกต์นี้ยังคงอยู่ในเงามืดที่มองไม่เห็นอนาคต
ในโลกที่ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงกันเป็นจักรวาลเดียว การมีตัวตนที่แตกต่างอย่างแท้จริงนั้นเป็นไปได้จริงหรือ?
