รีวิว The Penguin ซีรีส์เจ้าพ่อแห่ง Gotham
ซีรีส์ The Penguin คือการขยายจักรวาล The Batman ที่พาผู้ชมดิ่งลึกลงไปในโลกใต้ดินอันมืดมิดและเน่าเฟะของ Gotham ผ่านสายตาของ ออสวอลด์ “ออซ” คอบเบิลพอต ชายผู้ถูกมองข้ามที่กำลังจะเขียนประวัติศาสตร์อาชญากรรมหน้าใหม่ด้วยเลือดและเล่ห์เหลี่ยม
- การแสดงที่เหนือชั้น: โคลิน ฟาร์เรลล์ มอบการแสดงที่น่าจดจำในบท ออสวอลด์ คอบเบิลพอต ทำให้ตัวละครมีความซับซ้อน ทั้งน่าเกรงขาม น่าสมเพช และน่าติดตามในเวลาเดียวกัน
- บทละครอาชญากรรมชั้นเยี่ยม: เนื้อเรื่องเน้นการชิงไหวชิงพริบ การวางแผนซ้อนแผน และสงครามจิตวิทยาของเหล่ามาเฟีย ซึ่งเข้มข้นและตึงเครียดจนแทบไม่ต้องพึ่งพาฉากแอ็กชัน
- บรรยากาศที่สืบทอดจาก The Batman: ซีรีส์ยังคงรักษาโทนภาพยนตร์ที่หม่นหมอง สมจริง และเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทำให้เมือง Gotham มีชีวิตและเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง
- ตัวละครสมทบที่แข็งแกร่ง: โซเฟีย ฟัลโคน กลายเป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับเพนกวิน สร้างมิติความขัดแย้งที่ทรงพลังและขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้าอย่างน่าติดตาม
รีวิว The Penguin ซีรีส์เจ้าพ่อแห่ง Gotham คือบทวิเคราะห์การเดินทางไต่เต้าสู่อำนาจของหนึ่งในวายร้ายที่โดดเด่นที่สุดในจักรวาล DC ซีรีส์ภาคแยกจากภาพยนตร์ The Batman (2022) นี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนเสริม แต่เป็นมหากาพย์อาชญากรรมที่ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง โดยเจาะลึกไปที่แรงขับ ความทะเยอทะยาน และบาดแผลในใจของ ออสวอลด์ คอบเบิลพอต ชายผู้ต้องการเปลี่ยนสถานะจากตัวตลกในสายตาคนอื่นให้กลายเป็นราชาแห่งโลกใต้ดินของ Gotham
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงสุญญากาศทางอำนาจหลังการเสียชีวิตของเจ้าพ่อมาเฟีย คาร์ไมน์ ฟัลโคน เมือง Gotham ตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย องค์กรอาชญากรรมต่าง ๆ เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ท่ามกลางความโกลาหลนี้ ออซ คอบเบิลพอต ที่ใคร ๆ ต่างมองว่าเป็นเพียงสมุนปลายแถว มองเห็นโอกาสทองในการสร้างอาณาจักรของตนเอง ซีรีส์นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวการต่อสู้ด้วยกำลัง แต่เป็นการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ทุกการตัดสินใจอาจหมายถึงชีวิตหรือความตาย
ภาพรวมและความรู้สึกแรก

The Penguin สร้างความประทับใจแรกด้วยบรรยากาศที่ดำดิ่งและสมจริง มันสานต่อความรู้สึกสิ้นหวังและเสื่อมโทรมจาก The Batman ได้อย่างแนบเนียน แต่เปลี่ยนมุมมองจากสายตาของศาลเตี้ยมาสู่มุมมองของอาชญากร ซีรีส์เรื่องนี้คือเกมกระดานที่ซับซ้อนซึ่งเดิมพันด้วยอำนาจและชีวิต โดยมี ออซ เป็นผู้เล่นที่ทุกคนประเมินค่าต่ำเกินไป แต่กลับเป็นคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ ความรู้สึกโดยรวมคือความตึงเครียดที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในแต่ละตอน เผยให้เห็นว่าในเมืองที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ผู้ที่โหดเหี้ยมและฉลาดที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด
บทวิจารณ์เชิงลึก
ซีรีส์นี้โดดเด่นในการเป็นงานศึกษาตัวละคร (Character Study) ที่ลึกซึ้ง มันปอกเปลือกของเพนกวินที่เราเคยรู้จักในฐานะวายร้ายรูปลักษณ์แปลกประหลาด ให้เหลือเพียงแก่นแท้ของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยปมด้อย ความปรารถนาที่จะได้รับการยอมรับ และความรักที่มีต่อแม่ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการกระทำอันโหดเหี้ยมทั้งหมด
โครงเรื่องและบท (Script & Plot)
บทของ The Penguin ถูกเขียนขึ้นอย่างชาญฉลาด โครงเรื่องหลักคือการไต่เต้าจากศูนย์สู่อำนาจสูงสุด ซึ่งเป็นพล็อตที่คลาสสิกสำหรับหนังแนวแก๊งสเตอร์ แต่สิ่งที่ทำให้มันพิเศษคือรายละเอียดของการวางแผนและการหักหลังที่เกิดขึ้นตลอดเวลา บทสนทนาเต็มไปด้วยความหมายแฝง ทุกคำพูดคืออาวุธ และทุกการเจรจาคือสนามรบ แม้ซีรีส์จะดำเนินเรื่องด้วยจังหวะที่ค่อนข้างช้าและเน้นบทพูดเป็นหลัก แต่กลับไม่เคยน่าเบื่อ เพราะความตึงเครียดถูกสร้างขึ้นจากความไม่ไว้วางใจระหว่างตัวละคร ทำให้ผู้ชมต้องคอยลุ้นอยู่เสมอว่าใครจะถูกหักหลังเป็นรายต่อไป และออซจะพลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบให้กลายเป็นประโยชน์ได้อย่างไร
ใน Gotham อำนาจไม่ได้มาจากการสืบทอด แต่มาจากการฉกฉวย และเพนกวินคือศิลปินแห่งการฉกฉวยโอกาส
การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)
ปฏิเสธไม่ได้ว่าโคลิน ฟาร์เรลล์ คือหัวใจและจิตวิญญาณของซีรีส์เรื่องนี้ การแปลงโฉมด้วยเมคอัพเอฟเฟกต์นั้นน่าทึ่ง แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือการแสดงที่เขาส่งผ่านออกมาจากภายใต้เมคอัพเหล่านั้น ฟาร์เรลล์สร้าง ออสวอลด์ คอบเบิลพอต ที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่ง เขาเป็นทั้งคนขี้ขลาดและกล้าหาญ เป็นทั้งตัวตลกและนักวางแผนที่น่ากลัว เขามีเสน่ห์ดึงดูดแบบมาเฟียยุคเก่า แต่ก็มีความเปราะบางซ่อนอยู่ลึก ๆ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับแม่ของเขา (รับบทโดย ดีเดร โอคอนเนลล์) ซึ่งฉากระหว่างแม่ลูกคู่นี้ได้เผยให้เห็นแรงจูงใจที่แท้จริงของเขา นั่นคือการทำให้แม่ภูมิใจและลบปมด้อยในวัยเด็ก
ในขณะเดียวกัน คริสทีน มิลิออติ ในบท โซเฟีย ฟัลโคน ก็เป็นนักแสดงสมทบที่โดดเด่นไม่แพ้กัน เธอคือทายาทแห่งอาณาจักรฟัลโคนผู้กลับมาทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของเธอ โซเฟียไม่ใช่แค่ตัวร้ายหญิงตามแบบฉบับ แต่เป็นคู่ปรับที่ทัดเทียมกับออซในทุกด้าน ทั้งความฉลาด ความโหดเหี้ยม และความทะเยอทะยาน เคมีระหว่างเธอกับฟาร์เรลล์เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความขัดแย้ง ทำให้การเผชิญหน้าของทั้งสองเป็นฉากที่น่าจดจำที่สุดของเรื่อง
งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)
งานสร้างของ The Penguin อยู่ในระดับเดียวกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ทุกองค์ประกอบถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนบรรยากาศที่มืดมนและกดดันของเรื่อง การกำกับภาพใช้แสงและเงาอย่างมีชั้นเชิง ทำให้เมือง Gotham ดูสวยงามและน่าสะพรึงกลัวไปพร้อมกัน ถนนที่เปียกปอนจากสายฝน แสงไฟนีออนที่สาดส่องในความมืด และการออกแบบฉากที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ช่วยตอกย้ำความเสื่อมโทรมของเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดนตรีประกอบก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความตึงเครียดและเสริมอารมณ์ของเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในโลกอาชญากรรมที่ไม่มีทางหวนกลับ
| องค์ประกอบ | จุดเด่น | สิ่งที่ต้องพิจารณา |
|---|---|---|
| โครงเรื่องและบท | เข้มข้น, เฉียบคม, เน้นการชิงไหวชิงพริบ, บทสนทนามีมิติ | จังหวะการเล่าเรื่องอาจช้าสำหรับผู้ชมที่ชอบแอ็กชัน |
| การแสดง | โคลิน ฟาร์เรลล์ ถ่ายทอดบทบาทได้อย่างสมบูรณ์แบบ, นักแสดงสมทบแข็งแกร่ง | ตัวละครบางตัวอาจมีบทบาทน้อยกว่าที่คาดหวัง |
| งานสร้างและเทคนิค | บรรยากาศและโทนเรื่องยอดเยี่ยม, สานต่อจาก The Batman ได้ดี | ความมืดของภาพอาจเป็นอุปสรรคในการรับชมในบางฉาก |
| ความบันเทิง | ตึงเครียด, น่าติดตาม, ลุ้นระทึกไปกับการวางแผนของตัวละคร | ไม่ใช่ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ แต่อเป็นดราม่าอาชญากรรมเต็มรูปแบบ |
ฉาก/ไฮไลต์ที่น่าจดจำ
ฉากที่ตราตรึงใจที่สุดอาจไม่ใช่ฉากแอ็กชันใหญ่โต แต่เป็นฉากที่ ออซ กลับไปหาแม่ของเขาในอพาร์ตเมนต์เก่า ๆ หลังจากผ่านการต่อสู้อันหนักหน่วงมาทั้งวัน ภายใต้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลและคราบเลือด เขาเล่าเรื่อง “ความสำเร็จ” ของเขาให้แม่ฟังด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ มันเป็นฉากที่เผยให้เห็นความเปราะบางทั้งหมดของชายผู้พยายามสร้างเกราะกำบังอันแข็งแกร่งจากอำนาจและความรุนแรง ในสายตาของโลกภายนอก เขาคือสัตว์ประหลาดที่กำลังผงาดขึ้นมา แต่ในห้องเล็ก ๆ ห้องนั้น เขาเป็นเพียงลูกชายที่อยากให้แม่ภูมิใจ ฉากนี้สรุปแก่นของตัวละครได้อย่างทรงพลังและน่าเจ็บปวด
สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ
- การแสดงระดับมาสเตอร์คลาสของโคลิน ฟาร์เรลล์ ที่ทำให้เพนกวินเป็นตัวเอกที่น่าเอาใจช่วยทั้งที่เขาคือวายร้าย
- บทภาพยนตร์ที่เน้นความเฉียบแหลมทางการเมืองของโลกใต้ดินมากกว่าความรุนแรงเพียงอย่างเดียว
- การขยายจักรวาลของ Gotham ทำให้เมืองนี้มีมิติและน่าสนใจยิ่งขึ้น
- การไม่มีแบทแมนปรากฏตัวเลยอาจทำให้แฟน ๆ บางส่วนรู้สึกว่าขาดองค์ประกอบสำคัญไป
- จังหวะของเรื่องที่ค่อนข้างเนิบนาบอาจไม่ถูกใจผู้ชมที่คาดหวังความตื่นเต้นแบบหนังซูเปอร์ฮีโร่
บทสรุปและคะแนน
The Penguin ไม่ใช่แค่ซีรีส์ภาคแยกธรรมดา แต่มันคือผลงานดราม่าอาชญากรรมชั้นดีที่สามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างามด้วยตัวเอง เป็นการพาผู้ชมไปสำรวจจิตใจของมนุษย์ที่ถูกสังคมกดทับจนต้องสร้างคุณค่าให้ตัวเองผ่านอำนาจมืด ซีรีส์เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเรื่องราวในจักรวาลของแบทแมนนั้นมีอะไรมากกว่าแค่การต่อสู้ระหว่างฮีโร่กับวายร้าย แต่มันคือภาพสะท้อนของสังคมที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ ซึ่งผลักดันให้คนธรรมดากลายเป็นปีศาจ
คะแนน (Score)
★
★
★
★
★
★
★
★
☆
มหากาพย์อาชญากรรมที่ดำดิ่งและทรงพลัง การแสดงอันไร้ที่ติของโคลิน ฟาร์เรลล์ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเรื่องราวของวายร้ายในจักรวาล DC
คำแนะนำ (Recommendation)
The Penguin เป็นซีรีส์ที่ต้องดูสำหรับแฟน ๆ ของภาพยนตร์ The Batman และผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแก๊งสเตอร์คลาสสิกอย่าง The Godfather, Goodfellas หรือซีรีส์อย่าง The Sopranos หากคุณกำลังมองหาดราม่าอาชญากรรมที่เข้มข้น เน้นการพัฒนาตัวละคร และบทสนทนาที่เฉียบคม นี่คือซีรีส์ที่คุณไม่ควรพลาด แต่หากคุณคาดหวังฉากแอ็กชันแบบซูเปอร์ฮีโร่หรือการปรากฏตัวของแบทแมน ซีรีส์เรื่องนี้อาจไม่ใช่คำตอบของคุณ
เมื่ออำนาจคือสิ่งเดียวที่มอบตัวตนให้แก่ผู้ไร้ตัวตน เส้นแบ่งระหว่างความทะเยอทะยานกับการทำลายล้างอยู่ที่ตรงไหน?
