ai generated 210






รีวิว Hierarchy แฉสังคมไฮโซเกาหลี สมคำร่ำลือไหม?


รีวิว Hierarchy แฉสังคมไฮโซเกาหลี สมคำร่ำลือไหม?

ซีรีส์เกาหลี Hierarchy (วังวนสงครามชนชั้น) จาก Netflix ได้สร้างกระแสด้วยการนำเสนอโลกอันมืดมิดของโรงเรียนมัธยมปลายสุดหรู ที่ซึ่งอำนาจและสถานะทางสังคมกำหนดทุกสิ่ง การเข้ามาของนักเรียนทุนคนใหม่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสั่นคลอนระเบียบเดิม คำถามสำคัญคือ รีวิว Hierarchy แฉสังคมไฮโซเกาหลี สมคำร่ำลือไหม? บทความนี้จะวิเคราะห์องค์ประกอบต่างๆ ของซีรีส์ เพื่อค้นหาคำตอบว่าเนื้อหาและคุณภาพการผลิตนั้นเข้มข้นสมกับที่หลายคนคาดหวังหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้

รีวิว Hierarchy แฉสังคมไฮโซเกาหลี สมคำร่ำลือไหม? - review-hierarchy-korean-series-netflix

  • ธีมสงครามชนชั้นที่ชัดเจน: ซีรีส์นำเสนอภาพความเหลื่อมล้ำและการกดขี่ในโรงเรียนไฮโซได้อย่างจัดจ้าน ผ่านการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างกลุ่มทายาทอภิมหาเศรษฐีและนักเรียนทุน
  • อิทธิพลจากซีรีส์ตะวันตก: โครงเรื่องมีความคล้ายคลึงกับซีรีส์สเปนเรื่อง Elite อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่ของฉากหลังที่เป็นโรงเรียนหรู ปมปริศนาฆาตกรรม และการแก้แค้น ซึ่งอาจทำให้ขาดความแปลกใหม่
  • งานสร้างที่หรูหราอลังการ: จุดเด่นที่ได้รับการยอมรับคือฉาก เสื้อผ้า และองค์ประกอบศิลป์ที่สะท้อนวิถีชีวิตของชนชั้นสูงได้อย่างสมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจ
  • การพัฒนาตัวละครที่ยังไม่ลงตัว: แม้จะเปิดปมของตัวละครไว้อย่างน่าสนใจ แต่การคลี่คลายในตอนท้ายกลับให้ความรู้สึกเร่งรีบและไม่สมบูรณ์ ทำให้มิติของตัวละครขาดความลึกซึ้ง
  • บทสรุปที่ความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝั่ง: ผู้ชมบางกลุ่มชื่นชอบความดราม่าและปมที่ชวนติดตาม ในขณะที่อีกกลุ่มวิจารณ์ถึงความไม่สมเหตุสมผลของบทและการจบเรื่องที่ค้างคา

ภาพรวมและความรู้สึกแรก

Hierarchy เปิดฉากในโรงเรียนมัธยมปลายจูชิน สถาบันการศึกษาชั้นนำที่ก่อตั้งโดยแชโบล (กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่) ที่นี่ไม่ใช่แค่โรงเรียน แต่เป็นภาพจำลองของสังคมเกาหลีที่ขับเคลื่อนด้วยลำดับชั้นวรรณะอย่างเข้มข้น นักเรียน 0.01% แรกของประเทศคือผู้ปกครอง ส่วนนักเรียนทุนคือผู้อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร บรรยากาศของเรื่องเต็มไปด้วยความตึงเครียด การกลั่นแกล้งที่รุนแรง และความลับดำมืดที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมแห่งความสมบูรณ์แบบ เมื่อ คังฮา (รับบทโดย อีแชมิน) นักเรียนทุนคนใหม่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ซ่อนความลับบางอย่าง โลกที่ดูเหมือนมั่นคงของเหล่าทายาทผู้มีอำนาจ นำโดย ราชินีจองแจอี (โนจองอี) และราชาคิมรีอัน (คิมแจวอน) ก็เริ่มสั่นคลอน ความรู้สึกแรกที่ได้รับคือความน่าติดตามของปริศนาที่ตัวเอกนำเข้ามา พร้อมกับความอึดอัดจากภาพสะท้อนของสังคมที่อำนาจเงินตราอยู่เหนือทุกสิ่ง

บทวิจารณ์เชิงลึก

ในการวิเคราะห์เชิงลึก ซีรีส์เรื่องนี้มีทั้งจุดแข็งที่น่าชื่นชมและจุดอ่อนที่น่าขบคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความคาดหวังของผู้ชมที่ต้องการเห็นการตีแผ่สังคมที่เฉียบคม การตรวจสอบองค์ประกอบต่างๆ ตั้งแต่โครงเรื่องไปจนถึงงานสร้างจะช่วยให้เห็นภาพรวมของคุณภาพได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

โครงเรื่องและบท (Script & Plot)

แกนหลักของ Hierarchy คือพล็อตการแก้แค้นและการปฏิวัติชนชั้นในรั้วโรงเรียน ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่เคยเห็นมาแล้วในซีรีส์แนวเดียวกัน โครงเรื่องดำเนินไปโดยมีปมการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนักเรียนทุนคนก่อนเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งทำให้คังฮาต้องแทรกซึมเข้าไปเพื่อเปิดโปงความจริง จุดนี้สร้างความน่าสนใจในช่วงแรกได้ดี แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ความคล้ายคลึงกับซีรีส์อย่าง Elite ก็ปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ จนอาจทำให้ผู้ชมที่เคยดูเรื่องดังกล่าวรู้สึกว่าพล็อตขาดความสดใหม่และคาดเดาได้ง่าย

บทสนทนาและสถานการณ์ต่างๆ พยายามเน้นย้ำถึงความเหลื่อมล้ำอย่างโจ่งแจ้ง แต่บางครั้งกลับดูเป็นการจงใจยัดเยียดจนขาดความเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ การคลี่คลายปมในตอนท้ายกลับทำได้อย่างเร่งรีบและทิ้งคำถามไว้มากมาย ประเด็นที่ปูมาอย่างน่าสนใจหลายอย่างถูกตัดจบอย่างง่ายดาย ทำให้ความเข้มข้นที่สั่งสมมาตลอดทั้งเรื่องลดทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย

ภายใต้ความหรูหราของโรงเรียนจูชิน คือสนามรบที่มองไม่เห็นซึ่งสถานะถูกใช้เป็นอาวุธ และความจริงคือสิ่งเปราะบางที่สุด

การแสดงและตัวละคร (Casting & Character)

ทีมนักแสดงนำรุ่นใหม่ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น โนจองอี, อีแชมิน, คิมแจวอน, จีฮเยวอน และอีวอนจอง ซึ่งทุกคนต่างมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและเข้ากับบทบาททายาทชนชั้นสูง อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของตัวละครกลับเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าตั้งคำถาม ตัวละครหลักอย่าง จองแจอี และ คิมรีอัน ถูกสร้างให้มีมิติที่ซับซ้อน มีทั้งด้านที่แข็งกร้าวและเปราะบาง แต่บทกลับไม่เปิดโอกาสให้สำรวจความลึกของจิตใจได้มากพอ ทำให้การกระทำบางอย่างของตัวละครดูขาดแรงจูงใจที่หนักแน่น

ในส่วนของนักแสดงสมทบหลายคนมีบทบาทที่น่าสนใจ แต่กลับถูกจำกัดอยู่เพียงผิวเผิน ทำให้ไม่สามารถสร้างผลกระทบต่อเรื่องราวได้เท่าที่ควรจะเป็น แม้ว่าเคมีระหว่างนักแสดงในบางฉากจะทำได้ดี แต่การแสดงในภาพรวมยังถูกวิจารณ์ว่ามีบางช่วงที่ดูแข็งและไม่ลื่นไหล ซึ่งอาจเป็นผลมาจากประสบการณ์ของทีมนักแสดงที่ยังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง

งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ (Production Value)

จุดแข็งที่สุดของ Hierarchy คือ งานสร้างที่ทุ่มทุนมหาศาล ทุกองค์ประกอบตั้งแต่การออกแบบฉากโรงเรียนจูชินให้ดูหรูหราและโอ่อ่า ไปจนถึงคอสตูมของนักแสดงที่สะท้อนถึงแบรนด์เนมและสถานะทางสังคม ล้วนทำได้อย่างไร้ที่ติ การถ่ายภาพและมุมกล้องสามารถนำเสนอบรรยากาศของความร่ำรวยและความกดดันได้เป็นอย่างดี ดนตรีประกอบก็ช่วยเสริมสร้างอารมณ์ในฉากดราม่าและฉากระทึกขวัญได้มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากนักวิจารณ์บางส่วนว่าสไตล์ของซีรีส์มีความพยายามที่จะทำให้ดูเป็นสากลหรือมีความเป็นตะวันตกมากเกินไป ซึ่งบางครั้งทำให้ขาดเสน่ห์ของความเป็นซีรีส์เกาหลีดั้งเดิมไปบ้าง การนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดูฉูดฉาดและยั่วยุนี้ แม้จะดึงดูดสายตา แต่ก็อาจทำให้แก่นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์สังคมถูกบดบังไป

ตารางสรุปการวิเคราะห์องค์ประกอบของซีรีส์ Hierarchy
องค์ประกอบ จุดแข็ง จุดอ่อน
โครงเรื่องและบท ปมปริศนาน่าติดตามในช่วงต้น มีประเด็นสงครามชนชั้นที่ชัดเจน พล็อตซ้ำซาก คาดเดาได้ง่าย ตอนจบเร่งรีบและไม่สมบูรณ์
การแสดงและตัวละคร ทีมนักแสดงนำมีเสน่ห์และภาพลักษณ์น่าดึงดูด การพัฒนาตัวละครขาดความลึกซึ้ง การแสดงยังไม่สม่ำเสมอ
งานสร้างและองค์ประกอบศิลป์ ฉากและคอสตูมมีความหรูหราอลังการ ถ่ายทอดโลกของคนรวยได้ดี สไตล์มีความพยายามเลียนแบบซีรีส์ตะวันตกจนขาดเอกลักษณ์

สิ่งที่ชอบและไม่ชอบ

สิ่งที่ชอบ

  • ภาพลักษณ์ที่น่าตื่นตา: งานภาพ การออกแบบฉาก และเสื้อผ้าที่สวยงาม ทำให้ซีรีส์ดูเพลินและสามารถถ่ายทอดโลกของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนได้อย่างสมจริง
  • ความดราม่าจัดจ้าน: สำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบเรื่องราวรักสามเส้า ความลับ การหักหลัง และการแก้แค้น ซีรีส์เรื่องนี้มีองค์ประกอบเหล่านั้นครบถ้วนและนำเสนอได้อย่างถึงใจ
  • นักแสดงนำที่ดึงดูดสายตา: การคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่ที่มีหน้าตาสดใสและเคมีที่น่าสนใจ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรื่องราวน่าติดตามยิ่งขึ้น

สิ่งที่อาจไม่ถูกใจ

  • พล็อตที่ขาดความแปลกใหม่: หากเคยชมซีรีส์แนวโรงเรียนไฮโซมาก่อน อาจรู้สึกว่า Hierarchy ไม่ได้นำเสนออะไรที่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก
  • ตอนจบที่น่าผิดหวัง: การคลี่คลายปมต่างๆ ในตอนท้ายเป็นไปอย่างรวบรัดและทิ้งความรู้สึกค้างคาใจ ขาดความสมเหตุสมผลในหลายจุด
  • การวิพากษ์สังคมที่ผิวเผิน: แม้จะตั้งธงเรื่องการแฉสังคมชนชั้น แต่ซีรีส์กลับไม่ได้เจาะลึกลงไปในรากของปัญหา แต่เน้นไปที่ดราม่าส่วนบุคคลมากกว่า

บทสรุปและคะแนน

สรุปแล้ว คำถามที่ว่า Hierarchy แฉสังคมไฮโซเกาหลีได้สมคำร่ำลือหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้รับชม หากมองในแง่ของการนำเสนอภาพลักษณ์ความหรูหราฟุ่มเฟือยและความดราม่ารสจัดจ้านของสงครามชนชั้น ซีรีส์เรื่องนี้ทำหน้าที่ได้ตามที่คาดหวัง สามารถมอบความบันเทิงที่ชวนติดตามได้ตลอดทั้งเรื่อง แต่หากมองหาการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างลึกซึ้ง บทภาพยนตร์ที่เฉียบคม และการพัฒนาตัวละครที่น่าจดจำ Hierarchy อาจยังไปไม่ถึงจุดนั้น และกลายเป็นเพียงซีรีส์วัยรุ่นที่หยิบยืมสูตรสำเร็จมาใช้ โดยขาดชั้นเชิงในการเล่าเรื่องที่น่าจดจำ

คะแนน (Score)

6/10
★★★★★★☆☆☆☆

เป็นซีรีส์ที่ดูได้เพลินๆ ด้วยงานสร้างที่น่าประทับใจและดราม่าที่เข้มข้น แต่ยังขาดความลุ่มลึกของบทและพล็อตที่แปลกใหม่ ทำให้เป็นเพียงภาพสะท้อนที่ฉาบฉวยของสงครามชนชั้น

คำแนะนำ (Recommendation)

Hierarchy เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบซีรีส์แนวดราม่าวัยรุ่นในโรงเรียนหรู มีปมปริศนาฆาตกรรม และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน หากเป็นแฟนของซีรีส์อย่าง Elite หรือ Gossip Girl และต้องการความบันเทิงที่เน้นภาพสวยงามและเรื่องราวที่ย่อยง่าย เรื่องนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว แต่สำหรับผู้ที่คาดหวังซีรีส์วิพากษ์สังคมที่หนักแน่นและมีมิติเทียบเท่ากับ Sky Castle หรือ The Penthouse อาจต้องลดความคาดหวังลง

ท้ายที่สุดแล้ว หากระเบียบของโลกถูกสร้างขึ้นเพื่อคนกลุ่มหนึ่งเสมอมา การทลายกำแพงนั้นลงจะนำไปสู่อิสรภาพที่แท้จริง หรือเป็นเพียงการสร้างลำดับชั้นใหม่ขึ้นมาแทนที่?


บทความรีวิวมาใหม่